คิดอยู่ครู่หนึ่ง
เจ้าหน้าที่ตอบว่า
“มีไม่มากหรอกครับ ราวสิบเจ็ดสิบแปดคน เด็ก ๆ ภูมิต้านทานอ่อนแอ ตอนวันสิ้นโลกมาถึง ส่วนใหญ่ก็กลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว
ทุกคนในฐานที่มั่นต้องทำงาน เด็ก ๆ ก็ไม่เว้น
แต่ทุกวันช่วงแปดโมงถึงเก้าโมงเช้าเป็นเวลาเรียนของเด็ก ๆ
ส่วนเวลานอกเหนือจากนั้น จะจัดให้พวกเขาไปช่วยงานตามแผนกต่าง ๆ ตามความเหมาะสมของแต่ละคน
ถือเป็นการเรียนรู้จากการลงมือทำ
บางครั้งครูก็พาพวกเขาเดินดูทั่วฐานที่มั่น เพื่อให้เข้าใจถึงอันตรายของโลกหลังวันสิ้นโลก จะได้ไม่ถูกเลี้ยงดูราวกับดอกไม้ในเรือนกระจกครับ”
อู๋อันกับพวกพ้องประหลาดใจไม่น้อย
ไม่คิดเลยว่าฐานที่มั่นจะวางแผนได้รอบคอบถึงเพียงนี้ สมกับเป็นฐานที่มั่นที่กองทัพสร้างขึ้น ทำให้รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ห้องทดลองบนยอดเขา
กู่ยวี่เดินตามหลังชางโม่ มองวิลล่าหลังงามอย่างระแวดระวัง
เมื่อนึกถึงภาพคนบ้าทางวิทยาศาสตร์หั่นเธอเป็นชิ้น ๆ เธอก็อดตัวสั่นงันงก ใจเต้นระรัวไม่ได้
เธอดึงชายเสื้อชางโม่เบา ๆ แล้วถามเสียงแผ่วว่า “ไม่ไปได้ไหม?”
ชางโม่กุมมือกู่ยวี่ ก่อนหันไปพูดกับถูเซิ่งและอีกสองคนว่า “พวกนายไปก่อนเลย เดี๋ยวฉันตามไป”
เห็นกู่ยวี่ก้มหน้าตลอดทาง ไม่ร่าเริงและช่างสงสัยเหมือนทุกที ถูเซิ่งกับอีกสองคนก็ไม่ได้พูดอะไร ก่อนเดินต่อไปยังห้องทดลอง
ชางโม่พากู่ยวี่ไปนั่งบนม้านั่งข้างแนวต้นไม้ แล้วโอบเธอไว้ในอ้อมแขน ก่อนถามเสียงเบาว่า
