ไกลออกไป เหล่าผู้คนที่ยืนดูอยู่ในระยะปลอดภัยต่างตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ
“โอ้สวรรค์!”
“สัตว์กลายพันธุ์ตั้งสองตัว จะสู้ยังไงไหว รีบหนีเอาชีวิตรอดเถอะ”
“จะหนีไปไหนล่ะ? ถ้าพวกผู้มีพลังพิเศษไม่ยืนขวางไว้ แล้วสัตว์กลายพันธุ์บุกเข้าฐานที่มั่น พวกเราก็ได้กลายเป็นอาหารพวกมันแน่”
“พวกคุณว่ากู่ยวี่จะชนะไหม?”
“ฉันว่าแย่แล้วล่ะ รับมือกับตัวเดียวยังพอไหว แต่ตั้งสองตัวนี่ลำบากแน่”
ระหว่างที่ทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์ เสือดาวก็เริ่มเคลื่อนไหว มันค่อย ๆ ขยับไปข้างหน้า ราวกับกำลังหยั่งเชิงเถาวัลย์
หมาป่าป่าสีเหลืองจ้องกู่ยวี่ พลางเหลือบมองเถาวัลย์
มันเองก็ไม่โง่ รู้ว่าควรเลือกจัดการตัวที่อ่อนแอกว่าก่อน
เมื่อเทียบกับเถาวัลย์แล้ว กู่ยวี่ที่รูปร่างบอบบางยืนขวางอยู่ตรงหน้า ย่อมรับมือได้ง่ายกว่าอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ผู้คนบนภูเขาก็ร้อนใจ
“แย่แล้ว ๆ!”
“พลังพิเศษของกู่ยวี่คือเถาวัลย์ แต่เถาวัลย์ถูกเสือดาวถ่วงไว้จนแบ่งกำลังไม่ได้ หมาป่าตัวนี้เห็นชัด ๆ ว่าจ้องเล่นงานเธออยู่”
“ถ้าไม่มีเถาวัลย์คอยปกป้อง กู่ยวี่ที่เป็นสาวน้อยบอบบางจะสู้หมาป่าตัวใหญ่ขนาดนั้นไหวได้ยังไง?”
“ทำไมหน่วยรักษาความปลอดภัยยังไม่มาอีก?”
“ถ้าชางโม่รู้ว่ากู่ยวี่เกิดเรื่อง เขาจะพาลโกรธฐานที่มั่นหรือเปล่า?”
เรื่องนี้เกี่ยวพันกับผลประโยชน์ของพวกเขาโดยตรง
คนส่วนใหญ่ทั้งกังวลทั้งร้อนใจ ต่างหวังให้กู่ยวี่รอดชีวิต
แต่เมื่อเผชิญสถานการณ์เช่นนี้ กู่ยวี่กลับไม่ตื่นตระหนก เธอล้วงมีดทหารเล่มหนึ่งออกจากกระเป๋า มันเป็นของที่ชางโม่ให้ไว้ป้องกันตัว