“ขอโทษแล้วไง พอใจหรือยัง?” หลินตงจื้อเชิดหน้าขึ้นอย่างดื้อรั้น
หลี่ชุนซิ่งไม่คิดถือสาเธอ “พี่สะใภ้สาม ยังมีเสื้อผ้าอีกนะ…”
“ฉันไปซักเอง” ซุนซื่อพ่านรีบพูด
หลี่ชุนซิ่งพอใจแล้ว
เดิมทีเธอก็ไม่ได้คิดจะทำงานพวกนี้อยู่แล้ว
พี่สะใภ้สามเสนอตัวแบ่งเบาภาระให้เองย่อมดีที่สุด
หลี่ชุนซิ่งกลับเข้าห้อง หลินหนานก็รีบเข้ามาหาทันที “แม่เอาคืนให้น้องสาวหรือยัง?”
เห็นหลินซีซีกินไข่ตุ๋นอย่างใจลอย หลี่ชุนซิ่งก็รู้ว่าเด็กน้อยกำลังคิดอะไรอยู่ จึงยิ้มอย่างภูมิใจ “แน่นอนอยู่แล้ว แม่เป็นใครกันล่ะ จะยอมเสียเปรียบได้ยังไง งานที่ย่ามอบให้แม่ ป้าสะใภ้สามอาสาทำเอง ป้าสะใภ้สามนี่ใจดีจริง ๆ”
“แม่เก่งที่สุดเลย! คราวหน้าผมจะเรียนจากแม่บ้าง ผมก็ไม่อยากไปเก็บฟืนเหมือนกัน!” หลินหนานชม
“แม่ฉลาดจะตาย ได้สิ ถ้าไม่อยากไปก็หาวิธีปฏิเสธเอง จะปฏิเสธสำเร็จหรือเปล่าก็ขึ้นอยู่กับสมองของลูกแล้ว” หลี่ชุนซิ่งไม่ได้รู้สึกละอายใจ กลับภูมิใจเสียด้วยซ้ำ
หลินซีซีได้แต่กุมขมับ แม่ลูกคู่นี้จะหัดทำเรื่องดี ๆ บ้างไม่ได้หรือไง ยังสร้างเรื่องไม่มากพออีกเหรอ?
เดี๋ยวก่อน—
ทำไมเธอถึงรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องนะ
หลินซีซีครุ่นคิดสุดกำลัง
นึกสิ นึก… นางเอกกลับมาเกิดใหม่ตอนไหนนะ?
แย่แล้ว เป็นเพราะสะใภ้สี่ตัวร้ายในนิยายโยนงานที่ได้รับมอบหมายให้บ้านสามต่างหาก
ตอนนางเอกช่วยแม่ซักผ้าแล้วพลัดตกน้ำ พอถูกช่วยขึ้นมาได้ก็พบว่าตัวเองได้กลับมาเกิดใหม่
ตอนนั้นหลินตงจื้อตกน้ำ พอฟื้นขึ้นมาก็บอกชาวบ้านว่าเธอช่วยสะใภ้สี่ที่เอาแต่หลบงานซักผ้า เสื้อผ้าก็มีตั้งมากมาย ทั้งยังทำงานมาทั้งวันจนเหนื่อยเกินไป เลยเผลอเหยียบพลาดพลัดตกลงไป
เรื่องนี้เป็นความจริง ไม่ถือว่าจงใจใส่ร้ายบ้านสี่ งานซักผ้าถูกแบ่งให้หลี่ชุนซิ่ง แต่หลี่ชุนซิ่งโยนให้ซุนซื่อพ่าน หลินตงจื้อก็ช่วยแม่ซักเสื้อผ้าของหลี่ชุนซิ่งจนตกแม่น้ำ จะพูดยังไงบ้านสี่ก็หนีความเกี่ยวข้องไม่พ้น
คนในหมู่บ้านตระกูลหลินกว่าครึ่งแซ่หลิน ล้วนเป็นคนตระกูลเดียวกัน ไม่นานทุกคนก็พากันตำหนิหลี่ชุนซิ่งกับหลินเหล่าซื่อ
ชื่อเสียงที่ย่ำแย่อยู่แล้วของหลินเหล่าซื่อกับหลี่ชุนซิ่งยิ่งเลวร้ายลงไปอีก
จะโทษใครก็ไม่ได้ นอกจากหลินเหล่าซื่อที่ไม่เคยรักษาความสัมพันธ์กับใครให้ดี เอาเปรียบคนอื่นไปทั่ว พอเกิดเรื่องขึ้น นอกจากคุณปู่หลินกับแม่เฒ่าหลินที่ร้อนใจแทนลูกชายคนเล็กแล้ว คนอื่น ๆ ต่างก็ทำท่ารอดูเรื่องสนุก
สมองของหลินซีซีแล่นเร็วจี๋ เธอควรทำยังไงดี?
จะปล่อยให้เรื่องดำเนินไปตามเนื้อเรื่องหรือไง?
จะยืนมองหลินเหล่าซื่อกับหลี่ชุนซิ่งถูกคนชี้หน้าด่าราวกับหนูที่ใคร ๆ ก็รังเกียจ พี่ชายคนโตกับพี่ชายคนรองก็ถูกแอบนินทาที่โรงเรียนอย่างนั้นหรือ? พอทั้งคู่ทนไม่ไหวก็ไปอัดคนที่พูดจาไม่ดี สุดท้ายถูกครูตำหนิอย่างหนัก ทำให้อารมณ์ยิ่งหงุดหงิด ทั้งที่เดิมทีก็ไม่มีใจจะเรียนอยู่แล้ว
ถ้าพ่อแม่กับพี่ชายเกิดเรื่องขึ้น เธอก็คงพลอยเดือดร้อนไปด้วย
อีกอย่าง ถึงพ่อแม่กับพี่ชายจะมีนิสัยแย่ ๆ อยู่บ้าง มีข้อเสียเล็ก ๆ น้อย ๆ มากมาย ชอบอู้ ชอบเอาเปรียบอะไรทำนองนั้น แต่ไม่มีใครสมบูรณ์แบบนี่นา เธอมีอคติจากความรักที่มีต่อครอบครัว เลยพอจะยอมรับข้อเสียพวกนั้นได้ แถมพวกเขายังดีกับเธอมาก เวลาเกิดเรื่องก็จะคอยปกป้องเธอ พวกเขาดีกับหลินซีซีคนนี้จริง ๆ
หลี่ชุนซิ่งเลี้ยงลูกชายแบบปล่อยตามสบาย แต่ดูแลลูกสาวตัวน้อยที่รักมากอย่างใส่ใจเป็นพิเศษ พอเห็นลูกสาวนั่งเหม่อ จึงถามอย่างเป็นห่วง “ซีซี เป็นอะไรไปลูก?”
หลินซีซีใช้สมองน้อย ๆ คิดหาทาง “เสื้อผ้าตั้งเยอะ ป้าสะใภ้สามต้องซักอยู่นานแน่ ๆ เราไปช่วยกันซักดีไหม? ตอนนี้ซีซีโตแล้ว ช่วยได้เหมือนกัน ถ้าแม่กับหนูแล้วก็ป้าสะใภ้สามช่วยกันซักก็เสร็จเร็วขึ้นนะ”
ถ้าคนพูดเป็นเด็กผู้ชายตัวแสบสองคนนั่น หลี่ชุนซิ่งคงอดไม่ได้ที่จะฟาดฝ่ามือใส่ พร้อมด่าว่าโง่หรือเปล่า มีคนช่วยทำงานให้ไม่ดีตรงไหน ยังจะเสนอตัวไปทำอีก
แต่พอลูกสาวตัวน้อยพูดแบบนี้ หลี่ชุนซิ่งกลับคิดว่าเป็นคำพูดไร้เดียงสาของเด็ก น่ารักจนอดยิ้มไม่ได้ เธอลูบหัวกลม ๆ ของลูกสาวเบา ๆ แล้วพูดเสียงนุ่ม “ป้าสะใภ้สามทำงานเร็วมาก ซักผ้าสะอาดกว่าแม่เยอะเลย ถ้าเราไปก็มีแต่จะทำให้ป้าสะใภ้สามวุ่นวาย”
หลี่ชุนซิ่งมองดวงตากลมโตดำขาวชัดเจนของลูกสาว แล้วพูดจาเหลวไหลหน้าตาเฉย ในใจคิดว่าจำเป็นต้องสอนลูกสาวให้ดี ไม่อย่างนั้นโตไปคงซื่อบื้อไม่รู้จักอู้ ออกแรงมากแต่กลับไม่ได้อะไร เธอไม่มีทางยอมให้ลูกสาวเป็นแบบนั้นเด็ดขาด
หลินซีซีรู้ว่าความคิดของหลี่ชุนซิ่งไม่ใช่สิ่งที่จะเปลี่ยนได้ด้วยคำพูดไม่กี่คำ
โดยเฉพาะสายตาของพี่ชายรองอย่างหลินหนานที่มองมาอย่างรังเกียจ ราวกับกำลังคิดว่าเขามีน้องสาวโง่ ๆ แบบนี้ได้ยังไง
หลินซีซีทำเป็นไม่เห็น เขาไม่เข้าใจหรอก!
ภารกิจช่วยครอบครัวทั้งบ้านตกอยู่บนบ่าเล็ก ๆ ของเธอ เธอลำบากจะตายอยู่แล้ว~
“แม่ ถ้าป้าสะใภ้สามเดินไปซักผ้าแล้วข้อเท้าแพลงหรือหกล้มขึ้นมา ทุกคนก็จะรู้ว่าแม่รังแกป้าสะใภ้สามให้ไปซักเสื้อผ้าแทนจนล้ม ทุกคนต้องหัวเราะเยาะแม่แน่ ๆ”
หลี่ชุนซิ่งปลื้มใจ ลูกสาวเป็นเสื้อกันหนาวตัวน้อยของแม่จริง ๆ ด้วย ก่อนหน้านี้เธอยังคิดว่าตัวเองสอนลูกไม่สำเร็จ จนลูกสาวเสียคนเสียแล้ว ที่แท้ก็เป็นห่วงว่าแม่จะถูกคนหัวเราะเยาะ
น้ำเสียงของเธออ่อนโยนลงอีกหลายส่วน “ไม่หรอก ป้าสะใภ้สามไม่ใช่เด็กเล็ก ๆ จะหกล้มหรือข้อเท้าแพลงได้ยังไง ลูกวางใจเถอะ ไม่มีใครกล้าหัวเราะเยาะแม่หรอก” แม่ของลูกไม่ใช่คนที่ใครจะมารังแกได้ง่าย ๆ หรอกนะ
หลี่ชุนซิ่งเพิ่งพูดจบ ก็ได้ยินเสียง “โครม” ดังมาจากข้างนอก
“โอ๊ย!”
คนที่พักอยู่ในห้องต่างพากันออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น
หลี่ชุนซิ่งพาหลินหนานกับหลินซีซีออกไปด้วย
“เกิดอะไรขึ้น ๆ? โธ่เอ๊ย น้องสะใภ้สาม อยู่ดี ๆ ทำไมถึงล้มได้ล่ะ?” จ้าวซิ่วเซียง ป้าสะใภ้รอง ร้องถามอย่างตกใจ รีบเข้าไปช่วยพยุงซุนซื่อพ่านขึ้นมา ห้องที่เธออยู่ใกล้ประตูใหญ่ที่สุด ส่วนซุนซื่อพ่านก็ล้มอยู่หน้าประตูพอดี จึงอยู่ใกล้กันมาก
จ้าวซิ่วเซียงเสียงดัง หลี่ชุนซิ่งพาเด็กสองคนเพิ่งเดินมาถึงก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
เสียงเมื่อครู่น่าจะเป็นเสียงกะละมังไม้ตกพื้น เสื้อผ้ากระจายอยู่ข้าง ๆ
หลินตงจื้อกับพี่สาว หลินลี่ตง ช่วยกันเก็บเสื้อผ้าสกปรกขึ้นมา
จ้าวซิ่วเซียงช่วยพยุงซุนซื่อพ่านขึ้นมาแล้ว “พี่สะใภ้รอง ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เดินอยู่ดี ๆ จู่ ๆ ข้อเท้าก็พลิกแล้วล้มลงไปเลย” เธอเองก็งุนงง ขณะนั้นมือทั้งสองข้างประคองกะละมังไม้ไว้ จึงตั้งใจมองทางอย่างดีแล้ว พื้นตรงนี้ก็เรียบ ไม่มีดินก้อนอะไรด้วย แปลกจริง ๆ
“น้องสะใภ้สาม ลองขยับเท้าเบา ๆ ดูนะ อย่าให้กระดูกเป็นอะไรไปล่ะ” ฉินเฉี่ยวเหลียน ป้าสะใภ้ใหญ่ กล่าว
แม่เฒ่าหลินแค่นเสียง “ช่างเป็นคนบอบบางเสียจริง ไม่รู้จะทำอะไรได้บ้าง พื้นเรียบ ๆ ยังข้อเท้าแพลงได้ กลับห้องไปพักซะ อย่าให้พรุ่งนี้เก็บเกี่ยวข้าวฤดูใบไม้ร่วงไม่ได้ งานยังมีอีกตั้งเยอะ”
หลินตงจื้อมองแม่เฒ่าหลินอย่างระมัดระวัง ก่อนรวบรวมความกล้าพูดเสียงอ้อมแอ้ม “คุณย่า แม่หนูอาจข้อเท้าแพลง ไปตามหมอในหมู่บ้านมาดูให้แน่ใจดีกว่านะคะ”
“เด็กตัวแค่นี้จะไปรู้อะไร ล้มแค่นี้ต้องไปหาหมอด้วยหรือไง? ไปหาหมอต้องใช้เงิน เงินบ้านเราไม่ได้ปลิวมาตามลมสักหน่อย ในห้องฉันมียาดองเหล้า เอามาทาถูแล้วพักสักคืนก็หาย” แม่เฒ่าหลินปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด
หลี่ชุนซิ่งไม่ได้คิดอะไรมาก นึกแค่ว่าซุนซื่อพ่านจงใจทำแบบนี้ ทำไมถึงบังเอิญขนาดนั้น พูดว่าล้มก็ล้มทันที ไม่แน่ว่าแกล้งทำเป็นไม่อยากช่วยเธอซักผ้าก็ได้
คิดแล้วเธอก็อดพูดเหน็บแนมไม่ได้ “พี่สะใภ้สามนี่ไม่ระวังตัวเลยนะ ไม่ล้มตั้งแต่เช้าหรือไม่ล้มตอนเย็น ดันมาล้มหน้าบ้านพอดี ฉันว่า พี่สะใภ้สามนี่ชะตาเกิดมาเพื่อเสวยสุขจริง ๆ พื้นเรียบขนาดนี้ยังล้มได้ แล้วยังจะทำอะไรได้อีก?”
