หลินเหล่าซื่อกัดหมูสามชั้นตากแห้งนึ่งไปคำเล็ก ๆ แล้วกัดหมั่นโถวไปคำโต กินอย่างเอร็ดอร่อย พลันเหลือบเห็นลูกสาวคนเล็กที่นั่งข้าง ๆ จ้องหมั่นโถวในมือด้วยสีหน้าเจ็บแค้น
ลูกสาวคนเล็กของเขาคลอดก่อนกำหนด ร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก ทั้งที่อายุเจ็ดขวบแล้ว แต่หน้าตายังดูราวกับเด็กห้าหกขวบ เขานึกสงสาร จึงขยับเข้าไปกระซิบข้างหูเธอว่า “ถ้าไม่อยากกินก็ไม่ต้องกินแล้ว เดี๋ยวพ่อให้ย่าตุ๋นไข่ให้กินนะ”
หลินซีซีเพิ่งได้สติเมื่อได้ยินเสียงข้างหู
แม้เธอจะนั่งเงียบอยู่หน้าโต๊ะอาหาร แต่ในหัวกลับไม่เคยหยุดคิด เธอคอยเก็บข้อมูลจากคำพูดของคนรอบตัวทีละนิด แล้วนำมาปะติดปะต่อกัน จนพบว่าแท้จริงแล้วเธอทะลุมิติมาจากยุคปัจจุบัน เข้ามาอยู่ในนิยายยุคหกศูนย์
ชื่อของเธอเหมือนกับชื่อในโลกจริง คือหลินซีซี เพียงแต่อายุน้อยกว่าตัวเธอในโลกจริงมาก
นางเอกคือลูกสาวคนรองของบ้านอาสามหลินซีซี ชื่อหลินตงจื้อ เธอประสบอุบัติเหตุพลัดตกน้ำ พอฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองกลับมาเกิดใหม่ จึงสาบานว่าจะไม่ใช้ชีวิตน่าเวทนาเหมือนชาติก่อนอีก จะทำให้พ่อแม่กับพี่สาวมีชีวิตที่ดี และให้คนที่เคยรังแกเธอชดใช้
จากนั้นเรื่องก็เป็นการที่นางเอกจัดการพวกตัวร้าย เปลี่ยนพ่อแม่ที่อ่อนแอไร้ปากเสียงให้ลุกขึ้นสู้ ชิงโอกาสได้เรียนหนังสือให้ตัวเอง พาพ่อแม่หาเงินก้อนแรก แล้วพาทั้งครอบครัวมีกินมีใช้ ชีวิตความเข้มแข็งของเธอยังดึงดูดพระเอกอย่างลึกซึ้ง ก่อนที่ทุกคนจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข จบลงอย่างสมบูรณ์แบบ
ตอนอ่านหนังสือเล่มนี้ หลินซีซีเคยบ่นไม่รู้กี่ครั้ง
ในนิยาย ครอบครัวของพวกเธอเป็นตัวประกอบตัวร้ายที่ทั้งโลภมาก ทั้งขี้เกียจ เอาแต่สูบเลือดสูบเนื้อครอบครัวนางเอก ราวกับถูกลดสติปัญญา คอยหาเรื่องตายและขัดขวางนางเอกไม่หยุดหย่อน
ตอนนั้นพอเห็นนางเอกที่กลับมาเกิดใหม่กดพวกเธอลงกับพื้นแล้วจัดการเสียยับ หลินซีซีอ่านแล้วสะใจมาก
ใครจะคิดว่าเธอจะทะลุมิติมาที่นี่ แถมยังกลายเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของตัวร้ายตัวฉกาจอีกด้วย
พอคิดถึงตอนจบในอนาคต หลินซีซีก็รู้สึกแย่ไปทั้งตัว
หลินซีซีได้รับจดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัยในฝัน ในที่สุดก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยที่อยากเรียนได้ เธอคิดว่าจะได้พักผ่อนเสียที จึงสมัครทัวร์ท้องถิ่นชื่อดัง แล้วงีบหลับบนรถไปครู่หนึ่ง
อุตส่าห์ทำโจทย์อย่างหนักมาตั้งมากมาย ผมแทบจะร่วงจนหัวล้านอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้…ทะลุเข้ามาในนิยาย!
ครอบครัวเดิมของเธอมีฐานะค่อนข้างดี พ่อแม่ทำงานยุ่งมาก ไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วย แต่ก็ไม่เคยขาดแคลนสิ่งของ เธอเติบโตมากับปู่ย่าซึ่งไม่ได้มีหลานสาวแค่คนเดียว ยังมีหลานชายหลานสาวคนอื่นอีกด้วย มีเพียงเธอที่พ่อแม่ไม่อยู่ข้างกาย ตอนเด็ก ๆ ตราบใดที่เธอไม่แย่งของกับพี่ ๆ และยอมยกของเล่นให้ก่อน ก็จะได้รับคำชมอยู่ชั่วครู่
ปีหนึ่งแทบไม่ได้เจอหน้าพ่อแม่สักกี่ครั้ง เธอมักเฝ้ารอให้พวกท่านกลับมาอยู่เป็นเพื่อน แต่ทุกครั้งก็ไม่ผิดนัดก็ลืมไปเสียอย่างนั้น พอผิดหวังสะสมมากเข้า เธอก็ค่อย ๆ เลิกคาดหวัง
หากไม่ใช่เพราะทุกวันเกิดและเทศกาลปีใหม่ เธอจะได้รับของขวัญที่พ่อแม่แต่ละคนส่งมาจากคนละมณฑล เธอคงลืมไปแล้วว่าตัวเองก็มีพ่อแม่เหมือนกัน
พอโตขึ้นและรู้อะไรมากกว่าเดิม เธอก็แอบเดาว่าพ่อแม่คงหย่ากันแล้ว ไม่อย่างนั้นทำไมถึงอยู่กันคนละเมือง ต่อให้อยู่ห่างกันด้วยเหตุจำเป็น ความสัมพันธ์ก็คงไม่เย็นชาถึงขนาดนี้
ในเมื่อผู้ใหญ่ปิดบังเธอไว้ เธอก็ทำตัวว่าง่าย แสร้งทำเป็นไม่รู้ก็แล้วกัน
อย่างน้อยเธอก็ไม่ขาดแคลนสิ่งของ ตั้งแต่เล็กทั้งอาหารและของใช้ก็เป็นของดีที่สุด
ต่อมาเธอได้คำยืนยันจากปู่กับย่าว่าพ่อแม่หย่ากันแล้ว และต่างก็สร้างครอบครัวใหม่ มีลูกกันคนละคน สุดท้ายเธอกลายเป็นส่วนเกินของทั้งสองบ้าน
“พ่อ ถ้าซีซีไม่กินหมั่นโถว งั้นให้ผมกินนะ ผมยังไม่อิ่มเลย” หลินหนานกินหมั่นโถวหมดแล้ว แถมยังตามด้วยมันเทศอีกหัว แต่ก็ยังอดนึกอยากกินหมั่นโถวไม่ได้
เมื่อกี้เขาได้ยินชัดแจ๋วว่าพ่อจะให้ย่าตุ๋นไข่ให้น้องสาวกิน ถ้าอย่างนั้นน้องสาวคงกินหมั่นโถวไม่ไหวแน่
คนพูดคือพี่ชายรองของร่างนี้ หลินหนาน อายุมากกว่าหลินซีซีสองปี ปีนี้เก้าขวบ
ในนิยายบรรยายว่าเขาเสียคนมาตั้งแต่รากฐาน ยังเด็กก็ไม่เอาถ่าน ขาดเรียนทุกวัน ชอบเที่ยวเล่นกับเด็กกลุ่มหนึ่งในหมู่บ้าน ทั้งยิงนก จับปลา ลักเล็กขโมยน้อย เรียกได้ว่าใครเห็นก็รังเกียจ แม้แต่หมาเห็นยังเห่าไล่
โตขึ้นก็สืบทอดนิสัยเสียจากพ่อ กลายเป็นอันธพาลอันดับสองของหมู่บ้านตระกูลหลิน
ต่อมาเพราะเบื่อชีวิต เลยจงใจหรือไม่จงใจไปหาเรื่องนางเอก พอนางเอกเห็นแล้วรำคาญ ก็ใช้กลอุบายเล็ก ๆ ล่อให้เขาติดกับอย่างง่ายดาย เขาจึงกลายเป็นตัวประกอบที่ถูกเขี่ยทิ้ง และได้กินข้าวแดงในคุกฟรีสามปีครึ่ง
ส่วนอันธพาลอันดับหนึ่งไม่ใช่พี่รองหลินหนาน แต่เป็นพี่ใหญ่หลินตง ปีนี้อายุสิบขวบ
หลินซีซีแอบเหลือบมองพี่ใหญ่ที่นั่งห่างออกไปสองคน เด็กชายยังมีเค้าความเป็นเด็กอยู่บนใบหน้า รูปร่างผอมกว่าหลินหนานเล็กน้อย หน้าตารวมเอาความหล่อของหลินเหล่าซื่อกับหลี่ชุนซิ่งไว้ด้วยกัน ทั้งคู่หน้าตาดี ลูกที่เกิดมาก็ย่อมน่ารัก
นิสัยเสียของพี่น้องทั้งสองคล้ายกัน พ่อแม่มีส่วนทำให้เป็นแบบนี้ ทั้งคู่ใช้ชีวิตเหลวไหลมาตั้งแต่เด็ก เรียนประถมจนถึงมัธยมต้น ตอนเรียนประถมยังพอไหว ปกติก็แค่โดดเรียนหรือชกต่อยกับเพื่อน ทำตัวเป็นเด็กหัวแข็งจนคุณครูปวดหัว
คนทั้งโรงเรียนรู้ว่าเขาต่อยตีหนักหน่วง ต่างพากันหลบเลี่ยง ไม่กล้าปะทะตรง ๆ ต่อให้ไปฟ้องผู้ใหญ่จนผู้ใหญ่มาถึงบ้าน ด้วยนิสัยไม่ยอมเสียเปรียบและไม่ยอมฟังเหตุผลของหลินเหล่าซื่อกับภรรยา ทั้งที่หลินตงเป็นฝ่ายผิดแท้ ๆ พวกเขายังพูดจาบิดเบือนจนดูเหมือนมีเหตุผลได้สารพัด ต่อมาคนอื่น ๆ ก็ไม่กล้าไปหาเรื่องหลินตงอีก
หลินตงเริ่มคบเพื่อนที่มีฐานะดีจากฝั่งตำบลหลังเข้าเรียนมัธยมต้น จากนั้นก็ถลำลึกจนกู่ไม่กลับ คอยเป็นมือไม้ให้พวกคนฝั่งตำบล ต่อมากล้าถึงขั้นเก็บค่าคุ้มครองจากคนอื่น
เมื่อยุคสมัยพัฒนาไป เขาก็ค่อย ๆ สร้างชื่อเสียงในทางไม่ดี เปิดร้านอินเทอร์เน็ต ห้องบิลเลียด และสถานบันเทิงร้องเพลงเต้นรำอะไรทำนองนั้น
หลังหลินหนานเกิดเรื่อง หลินตงอยากแก้แค้นให้น้องชาย จึงไม่สนผลที่จะตามมา คอยขัดขวางหลินตงจื้อ นางเอกของเรื่อง ต่อมาหลินตงก็ถูกจัดการด้วยความช่วยเหลือจากพระเอก
สรุปแล้ว ครอบครัวของพวกเธอไม่มีใครลงเอยดี แม้แต่หลินซีซีในนิยาย เพราะอิจฉาที่หลินตงจื้อได้รับความสนใจจากพระเอก จึงพยายามใช้หน้าตายั่วยวนเขาครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้ายกลับถูกพระเอกเหยียดหยามอย่างหนัก
ท้ายที่สุดนางเอกก็วางแผนจับเธอแต่งงานกับชายยากจนหน้าตาอัปลักษณ์ที่หาภรรยาไม่ได้ แถมยังชอบใช้ความรุนแรงกับภรรยา
เมื่อลูก ๆ ทยอยเกิดเรื่อง ชีวิตบั้นปลายของหลินเหล่าซื่อกับหลี่ชุนซิ่งก็แสนอับเฉา
เมื่อนึกถึงชีวิตอันน่าเวทนาในอนาคต หลินซีซีก็กำหมัดแน่น หวังว่าวันนี้พอหลับสักตื่นแล้วจะได้ย้อนกลับไป นี่คงเป็นเพียงความฝันที่เธอฝันไปตอนอยู่บนรถทัวร์เท่านั้น
เมื่อตื่นขึ้นมา ทุกอย่างก็จะกลับเป็นเหมือนเดิม
หลินหนานเห็นน้องสาวยังกำหมั่นโถวไว้ ใบหน้าเล็ก ๆ ย่นเป็นก้อนกลม นึกว่าเธอเสียดายไม่อยากให้ จึงพูดว่า “น้องกินไหวก็กินเองเถอะ พี่ไม่ได้อยากกินขนาดนั้นหรอก กินเยอะ ๆ จะได้บำรุงร่างกายให้แข็งแรง พี่กินมันเทศก็พอ”
หลินซีซีไม่พูดอะไร ยื่นหมั่นโถวให้หลินหนานตรง ๆ
“ขอบใจนะน้อง พรุ่งนี้พี่จะไปเก็บไข่นกมาให้น้องกิน” หลินหนานดีใจ รีบให้สัญญาทันที
หลินซีซีเห็นเขายิ้มจนเห็นฟันเพราะหมั่นโถวก้อนเดียว แถมยังรู้จักพูดขอบคุณน้องสาว ก็คิดว่าเขายังไม่ได้เลวร้ายจนหมดทางเยียวยา
หลินตงกินข้าวเสร็จก็เช็ดปาก แล้วแอบยัดลูกอมสองเม็ดให้หลินซีซี ก่อนจะวิ่งปรู๊ดออกไป
หลินหนานได้ไปเม็ดหนึ่ง ยิ้มจนตาหยีเป็นเส้น
“น้องกินสิ ลูกอมที่พี่ใหญ่ให้เลยนะ หวานมาก พี่ใหญ่เก่งจริง ๆ” หลินหนานเคี้ยวจนแก้มตุ่ยข้างหนึ่ง พลางมองหลินตงด้วยความอิจฉาที่หาลูกอมมาได้
ในมือเล็ก ๆ ของหลินซีซีมีลูกอมเพิ่มมาสองเม็ด ส่วนในกระเป๋าเสื้อก็มีถั่วลิสง เธอเพิ่งสังเกตว่าคนในครอบครัวชอบยัดของให้กันโดยไม่ต้องพูดอะไร
เธอรู้ดีว่าในยุคนี้ ลูกอมเม็ดหนึ่งหรือถั่วลิสงกำมือหนึ่งล้วนเป็นของดี
อีกอย่าง ถึงหลินหนานจะตะกละไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้จ้องอยากได้ลูกอมสองเม็ดในมือเธอ
เด็กน้อยที่ชอบกินคนหนึ่งจะมีความคิดร้ายอะไรได้กันล่ะ!
หลินซีซีทำตามที่หลินหนานเร่งเร้า แกะลูกอมเม็ดหนึ่งเข้าปาก
หลินหนานทำแก้มพองสลับข้างไปมา แล้วคอยเร่งให้หลินซีซีทำตามเป็นระยะ
หลินซีซีไม่คิดทำตามเรื่องเด็ก ๆ แบบนั้น ได้ยินก็ทำเป็นไม่ได้ยิน
