ฟางจื้ออวิ๋นเป็นคนมีน้ำใจ พอรู้ว่าเธอไม่มีที่ไป เขาก็พาเธอไปพักที่บ้าน ที่บ้านมีแค่เขากับแม่ที่เป็นม่ายสองคน และยังมีห้องว่างอยู่ห้องหนึ่ง
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ช่วยกันหางานทำ ค่อย ๆ สนิทสนมและเกิดความรู้สึกดีต่อกัน ก่อนจะลงเอยกันอย่างเป็นธรรมชาติ อยู่ด้วยกันได้พักหนึ่ง แม่ม่ายของฟางจื้ออวิ๋นก็เร่งให้พวกเขาแต่งงานอยู่เสมอ
เธอคิดว่าฟางจื้ออวิ๋นเป็นคนดี อย่างน้อยก็ดีกว่าผู้ชายที่ย่าหาคู่แลกแต่งงานให้เธอเป็นร้อยเท่า
ที่สำคัญ ฟางจื้ออวิ๋นยังหน้าตาดี ดูสุภาพอ่อนโยน แถมไม่ทำให้ใครต้องมีอันเป็นไป
ชีวิตค่อย ๆ ลงหลักปักฐาน หลินตงจื้อเคยขอให้ฟางจื้ออวิ๋นกลับบ้านเกิดกับเธออยู่หลายครั้ง อยากให้คนที่บ้านได้เห็นว่าคนที่เธอเลือกนั้นดีกว่าคู่แต่งงานแลกเปลี่ยนตั้งมาก เธอ หลินตงจื้อ สมควรได้คู่ครองที่ดีแบบนี้ต่างหาก
แต่ฟางจื้ออวิ๋นก็หาเหตุผลเลื่อนออกไปทุกครั้ง เธอเองก็ไม่ได้คิดถึงคนที่บ้านเกิดเท่าไรนัก นอกจากพี่สาวที่ยังมีเยื่อใยให้ พ่อแม่ทำให้เธอผิดหวังอย่างยิ่งที่บีบบังคับให้เธอแต่งงาน พวกเขาเห็นหลานชายสำคัญกว่าลูกสาว ส่วนบ้านสี่ไม่ต้องพูดถึง จากที่เคยมีความผูกพัน ตอนนี้กลายเป็นความแค้นไปแล้ว ส่วนปู่ย่ายิ่งไม่ต้องพูดถึง แค่เธอไม่เกลียดคนแก่ทั้งคู่ก็นับว่าดีแล้ว
หลังแต่งงาน เธอให้กำเนิดลูกชายหนึ่งคน ชีวิตค่อย ๆ ดีขึ้น ทั้งคู่เก็บเงินเปิดแผงขายของ พอมีรายได้ก็เปิดร้านอาหารเล็ก ๆ กิจการไปได้ไม่เลว ต่อมาแม่ม่ายของฟางจื้ออวิ๋นก็เสียชีวิตด้วยโรคชรา
ใครจะคิดว่าฟางจื้ออวิ๋นจะติดเหล้าและเล่นไพ่ พอเมาแล้วก็ไปเล่นไพ่ แทบจะเล่นแพ้สิบครั้งรวด พอกลับมาก็พาลใส่เธอ ไม่ทุบตีก็ด่าทอ หลังสร่างเมา ฟางจื้ออวิ๋นจะร้องไห้ฟูมฟาย คุกเข่าขอโทษเธอ เพื่อเห็นแก่ลูก เธอจึงทำได้แค่ให้อภัย
