แม่เฒ่าหลินโกรธจนปลายนิ้วสั่น «ดี ดี ดี แยกบ้านก็แยก จะได้ไม่ต้องทนเห็นยายแก่คนนี้แล้วขัดหูขัดตา»
ผู้เฒ่าหลินขมวดคิ้ว เคาะกล้องยาสูบกับขอบโต๊ะ «ลูกสาม เมียลูกสาม เรื่องแยกบ้านนี่เป็นความคิดของพวกเธอ หรือเป็นความคิดของเด็ก?»
«พ่อ ไม่แยกครับ» ลุงสามหลินพูดเสียงอู้อี้
ป้าสามหลิน ซุนซื่อพ่านตกใจจนแทบหัวใจหยุดเต้น รีบพูดว่า «พ่อแม่คะ เด็กมันไข้ขึ้นจนพูดเพ้อแล้วค่ะ เดี๋ยวฉันพาเข้าห้อง เอาน้ำเย็นเช็ดตัวให้ลดไข้เอง พ่อแม่คะ บ้านเราไม่แยกกันนะคะ»
ปกติป้าสามหลิน ซุนซื่อพ่านไม่ใช่คนพูดจาไพเราะ แต่คำพูดเหลวไหลของลูกสาวคนรองกลับทำให้เธอตกใจจนรู้จักศิลปะการพูดขึ้นมา
เรื่องวุ่นวายครั้งนี้จบลงในที่สุด
แม่เฒ่าหลินโกรธจนไม่ทำกับข้าวมื้อเย็น
สุดท้ายเป็นพวกสะใภ้ที่กลับจากทำงานมาช่วยกันทำอาหาร
สะใภ้รองหลินเองก็ตกใจกับเรื่องวันนี้มาก ระหว่างทำกับข้าวจึงไม่กล้าบ่นกระปอดกระแปดเหมือนเคย
ทำงานเหนื่อยแทบตายมาทั้งวัน กลับบ้านมาไม่มีข้าวกิน ยังต้องลากสังขารเหนื่อยล้ามาทำอาหารเอง ปกติพอกลับถึงบ้านแม่สามีก็ทำกับข้าวไว้เรียบร้อยแล้ว พอเปรียบเทียบกันแล้ว ถึงแม่สามีจะลำเอียงไปบ้าง แต่ก็พอรับได้ เพื่อให้วันหน้ากลับจากทำงานแล้วได้กินข้าวที่ทำเสร็จอยู่ทุกวัน ดูท่าคงต้องเอาใจแม่สามีให้ดี
แม่เฒ่าหลินโกรธจนไม่กินมื้อเย็น
ผู้เฒ่าหลินทำงานมาทั้งวัน ตอนเลิกงานก็หิวมากอยู่แล้ว พอในใจยังอัดอั้นด้วยความโกรธ จึงกินไม่อร่อยเหมือนทุกที วันนี้เขายังโดนลูกสาวบ้านลูกสามทำให้โมโหด้วย เลยถือชามออกไปกินข้างนอกประตูใหญ่
มื้อเย็นเงียบผิดปกติ
สีหน้าจริงจังของผู้ใหญ่ส่งผลถึงอารมณ์ของเด็ก ๆ โดยตรง
เด็ก ๆ เองก็รู้จักดูสีหน้าคน วันนี้จึงไม่แย่งอาหารกันเหมือนทุกที
