“จริงด้วย หมูป่าตัวนี้มาได้จังหวะพอดีเลย” พอได้ยินดังนั้น แม่เฒ่าหลินก็หัวเราะ การเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงทำเอาทุกคนเหนื่อยแทบขาดใจ ท้องก็แทบไม่มีน้ำมันให้กิน ต้องฝืนทำงานจนร่างกายแทบทรุด แต่ละบ้านต่างพยายามหาทางปรับปรุงอาหารการกิน ทว่าไม่มีน้ำมันไม่มีเนื้อ จะปรับปรุงอะไรได้ อย่างมากก็แค่กินให้อิ่มกว่าปกติ
ก่อนจากไป สวีเฉิงพูดว่า “เดี๋ยวผมกลับไปบอกพ่อว่าหมูป่าตัวเล็กนี่หลินหนานเป็นคนเจอ ตอนแบ่งเนื้อจะได้ลองขอแบ่งเพิ่มให้หน่อย”
แม่เฒ่าหลินมองสวีเฉิงด้วยสายตาเอ็นดูอย่างยิ่ง หลินหนานอดยกมือขึ้นลูบแขนไม่ได้ ขนลุกซู่ไปทั้งแขน ความเอ็นดูของย่าตัวเอง คนทั่วไปไม่มีวาสนาได้สัมผัสหรอก
หลินซีซีเห็นท่าทางทะเล้นของหลินหนานก็ยกมือปิดปากหัวเราะ
แม่เฒ่าหลินไม่ทันสังเกต ยังคงชมสวีเฉิงไม่หยุดว่าเป็นเด็กดี มีอนาคต
“เนื้อนี่แลกมาด้วยก้นผมนะครับ ย่า ถึงตอนนั้นต้องแบ่งให้ผมกินเพิ่มอีกคำด้วย” หลินหนานกลอกตาแล้วรีบพูด
เด็กแสบนี่แค่ยื่นบันไดให้ก้าว ก็กล้าปีนขึ้นหลังคาเลย
แม่เฒ่าหลินตอบส่ง ๆ ว่า “ยังไม่รู้เลยว่าจะจับได้หรือเปล่า ไว้แบ่งเนื้อได้แล้วค่อยว่ากัน”
พูดจบก็เห็นว่าหลานชายคนเล็กไม่เป็นอะไรมาก จึงไปทำงานต่อ
ช่วงนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยว ไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็กต่างก็ยุ่งกันทั้งนั้น ต้องทำงานส่วนรวม แล้วยังต้องดูแลแปลงส่วนตัวของแต่ละบ้านด้วย
แม่เฒ่าหลินเคยรัดเท้าให้เล็ก เวลาเดินจึงไม่เร็ว ทั้งยังทำงานหนักไม่ได้ งานเกษตรอย่างนั่งรูดเมล็ดข้าวโพดกับเมล็ดธัญพืช หรือแกะฝักฝ้ายที่เก็บมาแล้วนั้นยังพอทำได้
