ใบหน้าของแม่เฒ่าหลินยังคงเคร่งขรึม อาจเพราะเคยชินจนไม่ค่อยแสดงสีหน้าอื่น นางตอบรับเบา ๆ ว่า “อืม” แล้วถูข้าวโพดในมือต่อ ไม่ได้บอกว่าดีหรือไม่ดี
หลินซีซียังคงเล่าเรื่องสนุก ๆ ตอนเก็บรวงข้าววันนี้ไม่หยุด แถมยังชมเสี่ยวหลานกับเสี่ยวฮวาที่อยู่บ้านข้าง ๆ ว่าขยันขันแข็ง
สีหน้าของแม่เฒ่าหลินค่อย ๆ ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ได้เคร่งขรึม เย็นชา และปากคมเหมือนเมื่อครู่อีก หลินซีซีรู้ทันทีว่าตัวเองเดาถูก ยายเฒ่าคนนี้ทั้งปากแข็งทั้งน่ารักจริง ๆ
หลินตงจื้อช่วยทำกับข้าวอยู่ในครัว พอล้างผักเสร็จก็ออกมาเทน้ำ แล้วเห็นหลินซีซีออดอ้อนเอาใจ วนเวียนอยู่ข้างกายแม่เฒ่าหลิน
หล่อนวางตะกร้าผักลงบนเขียงแรง ๆ ราวกับระบายอารมณ์ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งหน้าเตา
หล่อนยัดฟืนเข้าเตาอย่างลวก ๆ แล้วดึงสูบลมอย่างหงุดหงิด ปากก็บ่นพึมพำว่าคนทั้งบ้านประจบเก่งกันจริง แค่ได้แต้มแรงงานแต้มเดียวก็ยังกล้าเอามาพูด
หล่อนทำงานบ้านเสร็จแล้วยังไปเก็บหญ้าให้หมู ได้แต้มแรงงานตั้ง 2 แต้มแน่ะ ส่วนคนที่ไม่ต้องทำงานอะไรเลย วันเว้นวันยังได้กินไข่ตุ๋นหนึ่งถ้วย
เทียบกับคนอื่นแล้วมันน่าโมโหจริง ๆ ย่าของหล่อนก็ตาถั่ว ชอบแต่คนขี้เกียจและเอาเปรียบ พวกหล่อนทั้งบ้านทำงานหนักเหมือนวัวแก่ทุกวัน เป็นคนออกแรงมากที่สุดในบ้าน ทำงานก็ซื่อสัตย์ที่สุด แต่กลับไม่ได้กินของดี ๆ สักอย่าง
หลินตงจื้อยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห อดไม่ได้ที่จะบ่นกับพี่สาวอย่างหลินชิวตงสองสามคำ
หลินลี่ตงตกใจ รีบมองไปทางลานบ้าน “ตงจื้อ อย่าพูดเหลวไหล เดี๋ยวย่าไม่ให้กินข้าวขึ้นมาจะทำยังไง แม่พูดอยู่บ่อย ๆ ไม่ใช่เหรอว่าเราเป็นเด็กผู้หญิง กินของดี ๆ ไปก็เปลืองเปล่า”
