ดวงตาของจี้หานชวนหรี่ลงทันที สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง “ข้อสงสัยพวกนี้ คุณใช้หลักอะไรตัดสิน”
เพื่อเลี่ยงข้อครหา เขาจึงไม่เคยมองเข้าไปในตู้โดยสารเลย ย่อมไม่เห็นความผิดปกติต่าง ๆ ของหญิงวัยกลางคน
เสิ่นไต๋เล่าสิ่งที่ตัวเองสังเกตเห็นให้ฟัง ก่อนจะพูดอย่างดุเดือดทิ้งท้ายว่า “พวกค้ามนุษย์สมควรตาย! ถ้าจับได้จริง ต้องเอาไปยิงเป้าให้หายแค้น!”
พูดจบ พอเงยหน้าขึ้นก็สบเข้ากับดวงตาดำสนิทของชายหนุ่มที่กำลังพินิจพิจารณาเธออยู่
ดวงตาของเขาเรียวยาว เส้นชั้นตาบาง ๆ ราวกับผลงานชิ้นเอกที่ผู้สร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ นัยน์ตาดำสนิทนั้นแฝงความหมายบางอย่างที่ยากจะบรรยาย
ความประทับใจที่จี้หานชวนมีต่อเสิ่นไต๋ หยุดอยู่แค่เรื่องนิสัยเอาแต่ใจของเธอ
แต่หลังจากฟังการวิเคราะห์ที่มีเหตุมีผลและการสังเกตอย่างละเอียดถี่ถ้วนของเธอ เขาก็เพิ่งตระหนักเป็นครั้งแรกว่าตัวเองมองคนผิดไป
เห็นชายหนุ่มเงียบไปนาน เสิ่นไต๋ก็คิดว่าเขาไม่เชื่อคำพูดของตัวเอง จึงร้อนใจขึ้นมาทันที
มือเล็กนุ่มนิ่มราวไร้กระดูกคู่หนึ่งเผลอวางลงบนแขนของจี้หานชวน น้ำเสียงเร่งร้อน
“ที่ฉันพูดเป็นความจริงนะ! ถ้าคุณไม่เชื่อ ฉัน…”
“ฉันเชื่อ!”
จี้หานชวนตัดบทเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำ “เรื่องที่คุณพูดมา ฉันเข้าใจแล้ว ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉัน”
ได้ยินชายหนุ่มพูดเช่นนั้น เสิ่นไต๋ก็โล่งอก ในใจรู้สึกมั่นคงขึ้นมาก
ตอนนั้นเองเธอถึงได้รู้ว่าทั้งคู่ยืนใกล้กันมาก จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน
แขนที่เธอแตะอยู่นั้นเกร็งแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ แข็งเกินไปแล้ว
