รถไฟจอดที่สถานีถัดไป ตำรวจรถไฟนำตัวคนร้ายทั้งหมดลงจากรถไฟ
ในตอนนั้น เด็กชายที่ถูกลักพาตัวไปก็ฟื้นขึ้นมาเสียที ด้วยความที่ยังเล็กและพูดไม่ค่อยได้ พอตื่นขึ้นมาก็เอาแต่ร้องเรียกพ่อกับแม่ พลางร้องไห้ไปด้วย
ตำรวจหญิงอุ้มเด็กไว้ในอ้อมแขน คอยปลอบโยนเขา จากนั้นก็ต้องรีบตามหาพ่อแม่ของเด็กให้เร็วที่สุด
เด็กตัวเล็กแค่นี้ก็ถูกพวกค้ามนุษย์ลักพาตัวไปเสียแล้ว ช่างน่าสงสารจริง ๆ ไม่รู้ว่าผู้ใหญ่ที่บ้านจะร้อนใจแค่ไหน
ผู้โดยสารที่มุงดูเหตุการณ์ต่างรู้สึกสะเทือนใจ พอหันมามองเสิ่นไต๋อีกครั้ง ก็ยิ่งรู้สึกว่าสาวคนนี้ทั้งสวยทั้งใจดีจริง ๆ
ตำรวจยังเข้ามาขอบคุณเสิ่นไต๋กับจี้หานชวนเป็นพิเศษ ทั้งถามที่อยู่เอาไว้ด้วย บอกว่าพ่อแม่ของเด็กจะได้มาตามหาพวกเขาเพื่อขอบคุณผู้มีพระคุณในภายหลัง
เดิมทีจี้หานชวนตั้งใจจะบอกว่าเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ในฐานะทหาร นี่เป็นหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว
ใครจะคิดว่าเสิ่นไต๋กลับยิ้มแย้ม บอกที่อยู่ของตระกูลจี้ แถมยังบอกด้วยว่าตัวเองชื่อเสิ่นไต๋
ไม่ถ่อมตัว ไม่เขินอายสักนิด ไม่มีความคิดแบบคนทำความดีแล้วไม่หวังให้ใครรู้เลย
เป็นคนดีทำความดี ก็สมควรได้รับสิ่งดี ๆ ตอบแทนสิ ไม่อย่างนั้นใครจะอยากทำความดีอีกล่ะ
เด็กชายคนนั้นหน้าตาน่าเอ็นดู ผิวขาวนวล ดูท่าครอบครัวคงมีฐานะไม่น้อย
เผื่อว่าพ่อแม่ของเขาจะเป็นคนมีหน้ามีตา นั่นก็อาจกลายเป็นเส้นสายให้เธอในอนาคตได้
ถึงเวลาคับขัน บางทีพวกเขาอาจช่วยชีวิตเธอได้ก็เป็นได้
……
“กึงกัง…กึงกัง…”
รถไฟขบวนสีเขียวแล่นไปตามรางอีกครั้ง ทิวทัศน์นอกหน้าต่างเคลื่อนผ่านไปทีละภาพ
เสิ่นไต๋ส่งส้มที่ซ่อนไว้ใต้หมอนและยังไม่ได้กินให้ตำรวจไปแล้ว ตอนนี้เธอนอนอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
“จี้หานชวน แผนของฉันเป็นยังไงบ้าง คราวนี้จับได้หมดทั้งแก๊งเลย!”
