ตะวันคล้อยลับทางทิศตะวันตก แสงเมฆสีแดงงดงามจับทั่วทั้งหมู่บ้านเถาฮวา ราวกับมีม่านสีส้มแดงคลุมเอาไว้ชั้นหนึ่ง
หลังมื้อเย็น ชาวบ้านหมู่บ้านเถาฮวาพากันนั่งล้อมวง สวีตงเหลียนเล่าเรื่องที่ทำบัตรประชาชนเสร็จแล้วให้ทุกคนฟัง
เหลาหูรับบัตรประชาชนที่สวีตงเหลียนส่งให้ดู พลันตกตะลึง!
“ของสิ่งนี้เก็บวิญญาณของตงเหลียนไว้ข้างในแล้ว”
ป้าจ่าวชะโงกหน้ามาดู “นี่เป็นภาพของตงเหลียน ไม่ใช่วิญญาณหรอกหรือ”
“ภาพวาดไหนจะเหมือนถึงเพียงนี้ ข้าว่านี่ต้องเป็นวิญญาณแน่!”
“สิ่งนี้เรียกว่ารูปถ่าย ตอนข้าทำบัตรประชาชน มีของที่สว่างวาบชิ้นหนึ่งถ่ายภาพให้ คล้ายจะเรียกว่ากล้องถ่ายรูป แล้วภาพของข้าก็ถูกพิมพ์ลงไป” สวีตงเหลียนอธิบาย
เหลาหูพยักหน้า เอ่ยเสียงขรึมว่า “ทำบัตรใบนี้เสร็จ ตงเหลียนก็เป็นคนของแดนเซียนแล้ว นี่เรียกว่าได้เข้าแถวในทำเนียบเซียนแล้วกระมัง!”
สวีตงเหลียนกำลังดื่มน้ำ แทบสำลักออกมา
“ตงเหลียนมีสถานะของตัวเองในแดนเซียนแล้ว มิใช่กลายเป็นเซียนไปแล้วหรอกหรือ!” ป้าจ่าวพยักหน้า
หวังซิ่วจวี๋รับบัตรมา ประคองไว้ในมือแล้วพินิจดูอย่างระมัดระวัง “นี่คือบัตรประชาชนของแดนเซียนหรือ…”
หลินตู้เจวียนรับไปดู ใช้นิ้วลูบไล้ไปทั่วอย่างละเอียด สัมผัสดีจริง ๆ สมแล้วที่เป็นบัตรประชาชนของแดนเซียน!
สวีตงเหลียนเช็ดคราบน้ำที่มุมปาก หยิบบัตรประชาชนขึ้นมาแล้วมองทุกคน “นี่คือยุคปัจจุบัน ไม่ใช่แดนเซียน!”
แม้จะพูดเช่นนั้น แต่บางครั้งสวีตงเหลียนก็อดคิดคล้าย ๆ กันไม่ได้ หากโลกนี้มีแดนเซียนจริง ๆ ที่นั่นคงเป็นโลกยุคปัจจุบันเป็นแน่!
“คนยุคปัจจุบันทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากมาย ในกล่องใบเล็กมีคนแสดงละครให้พวกเราดู นอกจากนั้นยังซื้อขายของผ่านสิ่งที่เรียกว่าโทรศัพท์มือถือได้ด้วย”
“กล่องใบเล็กขายของได้หรือ ขายอย่างไรหรือ” หลินตู้เจวียนถาม
สวีตงเหลียนลองหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากมิติ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ นางจึงบรรยายให้ฟังอย่างคร่าว ๆ ทุกคนตั้งใจฟังจนเคลิบเคลิ้ม
ข้างในมีคนตัวเล็ก ๆ แสดงเรื่องต่าง ๆ บางคนสอนวิชาหลากหลายแบบจับมือทำ ทั้งยังเรียนรู้ความรู้ที่อยากเรียนได้ทุกอย่าง ซื้อขายสินค้าได้ พูดคุยกับคนที่อยู่ห่างไกลได้ และยังใช้จ่ายเงินได้ด้วย
