ผิงผิงเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่แล้วเดินออกมา นางยืนเขินอายอยู่ตรงหน้าสวีตงเหลียน ดวงตากลมโตเป็นประกายเจิดจ้า แฝงความตื่นเต้นเอาไว้
เป็นกระโปรงสีชมพูเข้ม ช่วงเอวด้านหน้าติดกระดุม มีเข็มขัดผ้าสีน้ำเงินประดับดอกไม้เล็ก ๆ อยู่หลายดอก ส่วนกระโปรงท่อนล่างเป็นกระโปรงจีบ
รูปแบบคล้ายกับเสื้อผ้าที่พวกนางสวมใส่กันที่นี่ แต่มีวิธีสวมใส่ไม่เหมือนกัน
เสื้อผ้าที่นี่แยกเป็นสองชิ้น เสื้อกับกระโปรงสวมแยกกัน ส่วนชุดที่ซื้อกลับมาจากยุคปัจจุบันนั้นเย็บติดกัน สวมทางศีรษะได้เลย มีทั้งเสื้อและกระโปรงในชุดเดียว
เสื้อผ้าที่ผิงผิงสวมเป็นประจำทำจากผ้าป่าน เนื้อหยาบไม่ต้องพูดถึง ทั้งยังเหลืองเพราะสวมมานาน ดูราวกับถุงผ้าป่านเก่า ๆ ไม่น่ามองเอาเสียเลย
พอเด็กหญิงสวมชุดใหม่แล้ว ก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตา
สวีตงเหลียนคิดว่าหลานสาวของตนงดงามไม่แพ้เด็ก ๆ ในยุคปัจจุบันเลย
“ผิงผิงใส่แล้วงามจริง ๆ” สวีตงเหลียนชม
แก้มของผิงผิงแดงระเรื่อราวกับผลแอปเปิล
“ท่านย่า ชุดของข้าดูดีหรือไม่” จู้จื่อเดินออกมาจากในบ้าน
เสื้อผ้าที่สวีตงเหลียนซื้อให้เขาเป็นแบบของยุคปัจจุบัน สีเขียวอมฟ้า เนื้อผ้าดีมาก พ่อค้าบอกว่าเรียกแบบลายพราง เด็กผู้ชายสมัยนี้ชอบสวมกัน
จู้จื่อสวมแล้วดูมีชีวิตชีวาขึ้นจริง ๆ สีนี้ยังไม่เปื้อนง่าย กางเกงก็ทนทาน ต่อให้เด็กวิ่งเล่นไปทั่วก็ไม่ต้องกลัวว่าจะขาด
“งาม ชุดนี้เหมาะกับจู้จื่อที่สุดแล้ว”
เด็กทั้งสองสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ ต่างดีใจจนหุบยิ้มไม่ได้
สวีตงเหลียนหยิบของอย่างอื่นออกจากตะกร้าสะพายหลัง ทั้งไก่ย่าง เนื้อหมู ขนมปังถั่วแดง ถั่วลิสง และงา
นางจัดเรียงทุกอย่างบนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ จนเด็กน้อยทั้งสองตาเป็นประกาย
จู้จื่อกลืนน้ำลาย
“ท่านย่า หอมจัง”
