เหลาหูชูคบเพลิง พาคนมุ่งหน้าไปยังเชิงเขาอย่างเร่งร้อน สวีตงเหลียนตามมาติด ๆ
เมื่อเห็นพวกเขาลงเขามาแต่ไกล คนเฝ้านาก็รีบวิ่งเข้ามาหา เขาร้อนใจจนเหงื่อท่วมหน้าผาก ขาสั่นไม่หยุด พูดจาตะกุกตะกัก หอบหายใจหนักหน่วง
“หัวหน้าหมู่บ้านหู ตงเหลียน ในที่สุดพวกคุณก็มากันสักที!”
ขณะพูด เขาก็ชี้ไปทางคอกวัว
“ต้าหวง... ต้าหวงถูกคนขโมยไปแล้ว!”
เหลาหูถือคบเพลิงเข้าไปในคอกวัว ภายในว่างเปล่า ทั้งวัวใหญ่ต้าหวงและลูกวัวอีกสองตัวหายไปหมด!
“ทุกคนถอยไป อย่าเข้ามา!” เหลาหูตะโกนลั่น
สวีตงเหลียนกับคนอื่น ๆ ยืนนิ่งอยู่กับที่
เหลาหูกดคบเพลิงต่ำลง แล้วก้มมองรอยเท้าบนพื้น
ข้างคอกวัวเป็นไร่นา เพิ่งพรวนดินไปไม่นาน ประกอบกับช่วงฤดูฝนมีฝนตกชุก ดินในไร่จึงเละเทะ เพียงเหยียบลงไปก็ต้องทิ้งรอยเท้าไว้แน่นอน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการจูงวัวสามตัวผ่านไป
เหลาหูถือคบเพลิงนำหน้า ไล่ตามรอยเท้าของหัวขโมยกับวัวไป
สวีตงเหลียนและชาวบ้านคนอื่น ๆ ต่างหยิบเคียวปากเหยี่ยวขึ้นมาแล้วตามไปติด ๆ
ในเวลาเดียวกัน บนเนินเขาหลังทางสายเล็กของหมู่บ้านเถาฮวา ฉางต้าหนิวจูงวัวใหญ่ต้าหวง ส่วนเพื่อนบ้านของเขาจูงลูกวัวสองตัว มุมปากยกยิ้มจนหุบไม่ลง
“นึกว่าคนหมู่บ้านเถาฮวาตายกันหมดแล้วเสียอีก ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะดวงดีขึ้นมา! ถึงกับมีวัวตั้งสามตัว!” ฉางต้าหนิวหัวเราะเสียงดัง
คนหมู่บ้านเดียวกันมองวัวใหญ่ต้าหวงที่เดินนำอยู่ แล้วพูดว่า “วัวสามตัวนี้ อย่างน้อยก็น่าจะขายได้สักห้าหกสิบตำลึงกระมัง?”
“ตัวสูงใหญ่ เนื้อแน่นดูดี ลูกวัวสองตัวนั้นก็รูปร่างงาม คาดว่าขายได้เกินร้อยตำลึง!”
“ฮิ ๆ คราวนี้พวกเรารวยเละ มาเที่ยวนี้ไม่เสียเปล่าจริง ๆ!”
“เงินร้อยตำลึง ต่อให้ทำนา 10 ปี พวกเราก็เก็บไม่ได้มากขนาดนี้!”
“ทั้งชีวิตก็เก็บไม่ถึงหรอก!”
ฉางต้าหนิวฟังเสียงคนที่พูดคุยกันอยู่ข้างหลัง แล้วแสยะยิ้ม น้ำเสียงแฝงความดูแคลน “วัวใหญ่ต้าหวงตัวนี้ต้องเป็นของข้า ส่วนลูกวัวอีกสองตัวแบ่งให้พวกเจ้า”
“พี่ต้าหนิว ทำอย่างนี้ไม่เกินไปหน่อยหรือ?” คนหนึ่งไม่พอใจ
