“จริง ๆ แล้วโคลเวอร์สี่แฉกไม่ใช่พืชชนิดหนึ่งที่แยกออกมาต่างหาก แต่เป็นโคลเวอร์สามใบที่พบได้ยาก โอกาสที่จะเจอมีเพียงหนึ่งในหนึ่งแสนถึงหนึ่งในหมื่น ผู้คนจึงเชื่อว่าโคลเวอร์สี่แฉกเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคดี
“เมื่อก่อนตอนฉันอยู่สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า มีต้นโคลเวอร์ขึ้นอยู่บนผืนดินรกร้างแห่งหนึ่ง หญ้าชนิดนี้กับอัลฟัลฟาก็เป็นโคลเวอร์สามใบเหมือนกัน แค่ดอกมีรูปร่างไม่เหมือนกัน ตอนนั้นทุกครั้งที่ฉันไม่มีความสุข รู้สึกเหมือนจะทนต่อไปไม่ไหว ก็จะไปหาโคลเวอร์สี่แฉกที่นั่น
“ทุกครั้งที่ฉันพยายามจนสุดกำลังแล้วหาโคลเวอร์สี่แฉกเจอ ฉันก็จะถือว่าตัวเองสะสมโชคดีไว้ได้หนึ่งส่วน ถึงตอนนั้นชีวิตของฉันจะไม่ได้เปลี่ยนไปเพราะหาเจอมัน แต่ฉันจะบอกตัวเองว่า ครั้งหน้าที่เจอปัญหา ฉันจะโชคดีกว่าครั้งนี้
“เพราะชีวิตฉันเริ่มต้นมาไม่ดีนัก การพลิกโชคชะตาจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ฉันเลยค่อย ๆ สะสมโชคดีมานานกว่าสิบปี จนกระทั่งเปิดเทอมปีนี้ ในที่สุดโชคดีก็มาถึง โรคภูมิคุ้มกันของฉันหายเอง ทุกอย่างก็ราบรื่นขึ้น ขอแค่พยายาม ฉันก็ทำทุกอย่างที่อยากทำได้”
ฉู่เหยาพูดถึงตรงนี้ก็ใช้นิ้วแตะหูถ้วยกาแฟเบา ๆ ก่อนกล่าวต่อว่า “ตอนนี้ฉันจะสอนวิธีนี้ให้คุณ หวังว่าสักวันคุณจะสมปรารถนาเหมือนกัน”
เจียงซวี่เหิงฟังแล้วมีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย “ผมนึกว่าคุณไม่สนใจเรื่องพวกนี้เสียอีก คราวก่อนตอนไปดูฝนดาวตก คุณยังบอกว่าไม่ฝากความหวังไว้กับการขอพรเลย”
