“คุณหลี่ ทานมื้อเย็นหรือยังคะ?”
ฉู่เหยาเห็นหลี่ฉงโจวเดินเข้ามาในห้องอาหาร ท่าทีของเธอยังคงเป็นธรรมชาติเหมือนเคย ราวกับไม่รู้เลยว่าหลายวันมานี้หลี่ฉงโจวไม่ได้มาหาเพราะกำลังหลบหน้าเธออยู่
เมื่อหลี่ฉงโจวมองดวงตากระจ่างใสของฉู่เหยา ก็ยิ่งรู้สึกว่าการหลบหน้าเธอมาตลอดหลายวันนี้เหมือนคนทำผิดแล้วกลัวความผิดจับได้
เขาเบือนสายตาอย่างกระอักกระอ่วน ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า “ยังครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็อยู่ทานด้วยกันสิคะ!”
พี่เลี้ยงได้ยินฉู่เหยาพูด ก็รีบไปตักข้าวให้หลี่ฉงโจว พร้อมหยิบชามกับตะเกียบมาเพิ่ม
พอหลี่ฉงโจวนั่งลง ฉู่เหยาก็ถามขึ้นอีกว่า “คืนนี้คุณมาหาฉัน มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ? หรือว่าคดีมีความคืบหน้าใหม่แล้ว?”
หลี่ฉงโจวมองฉู่เหยาแวบหนึ่งแล้วตอบว่า “เห็นช่วงนี้คุณอยู่แต่บ้าน กลัวว่าจะเบื่อ เลยอยากพาไปที่สักแห่ง”
“วันนี้เลยเหรอคะ? แต่ฟ้ามืดแล้วนะ...”
“ไม่ได้ไปข้างนอกหรอกครับ วางเส้นทางไว้ล่วงหน้าแล้ว จะไม่เกิดเรื่องเหมือนคราวก่อน”
ฉู่เหยาจึงไม่ถามอะไรต่อ แล้วตั้งใจกินมื้อเย็น
หลังทานเสร็จ ฉู่เหยาก็ขึ้นรถที่หลี่ฉงโจวจัดเตรียมไว้ แล้วออกจากเขตวิลล่าไปพร้อมกับเขา
เมื่อทั้งคู่มาถึงที่หมาย ฉู่เหยาก็เข้าใจจุดประสงค์ที่หลี่ฉงโจวพาเธอออกมาในครั้งนี้
เพราะสถานที่ที่เขาพาเธอมาคือสนามยิงปืนของกองทัพ ซึ่งมีอุปกรณ์แตกต่างจากสนามยิงปืนเชิงพาณิชย์สำหรับประชาชนทั่วไปอย่างมาก
“ตอนกีฬาโรงเรียนครั้งก่อน คุณยิงธนูได้ที่หนึ่ง หลังจากนั้นผมก็เห็นคุณเล่นเกมยิงปืนเสมือนเก่งมาก เลยคิดว่าคุณอาจมีพรสวรรค์ด้านการยิงปืน แต่ปืนเป็นอาวุธอันตราย ก่อนเริ่มเรียนอย่างจริงจัง ผมต้องบอกข้อควรระวังให้คุณรู้ก่อน...”
