เจียงอี้ชวนกระแอมเบา ๆ จงใจหาเรื่องมาชวนคุย “สหายซูอู๋ ปกติคุณชอบทำอะไรบ้าง?”
ซูอู๋เลิกเปลือกตาขึ้น มองเขาด้วยสายตาเย็นชา
“เกี่ยวอะไรกับคุณ?”
เจียงอี้ชวน “……”
เอาเถอะ คุยกันไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องพูดแล้ว เขาปิดปากไว้ดีกว่า
ทั้งสองนั่งประจันหน้ากัน คนหนึ่งเอนกายอย่างเกียจคร้าน อีกคนนั่งหลังตรงเงียบกริบ
จนกระทั่งซูฉากับกู้หยุนเจิงกลับมา
ทั้งคู่จับมือกันอยู่แล้ว
กู้หยุนเจิงชูมือที่จับกับซูฉาขึ้น “ผมกับสหายซูฉาคุยกันถูกคอมาก ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้จะไปเซ็นเอกสารแล้วก็จดทะเบียนกัน!”
“เหล่าเจียง พวกคุณล่ะ?”
เจียงอี้ชวนมองหญิงสาวที่นั่งเอนกายอย่างเกียจคร้านตรงข้าม ก่อนจะยิ้มกว้าง “ผมก็ถูกใจสหายซูอู๋เหมือนกัน แค่ไม่รู้ว่าเธอคิดยังไง?”
ซูอู๋ขมวดคิ้ว
หมอนี่สมองมีปัญหาหรือไง?
ตั้งแต่ต้นจนจบเธอไม่เคยทำดีกับเขาสักครั้ง เขาถูกใจเธอตรงไหนกัน?
เธอเอ่ยเสียงเย็นชา “ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ชอบคุณ”
ทุกคนมองหน้ากันไปมา
ซูอู๋มีความสามารถแบบนี้จริง ๆ
ทำให้บรรยากาศกระอักกระอ่วนได้ทุกที
แต่เจียงอี้ชวนกลับไม่เห็นมีท่าทีอึดอัดเลยสักนิด เขาพูดอย่างเปิดเผย “ได้ ในเมื่อสหายซูอู๋ไม่ได้ชอบผม ผมก็ไม่ฝืนหรอก เรื่องแต่งงานต้องสมัครใจทั้งสองฝ่าย ฝืนจับคู่กันไปก็ไม่มีความหมาย คุณพักผ่อนให้ดีสักสองวันก่อน พอหายดีแล้ว ผมจะจัดรถส่งคุณกลับ”
ซูอู๋เลิกเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย
หึ ยังรู้จักวางตัวอยู่บ้าง
ซูฉายกมือปิดปากพลางร้อง “อุ๊ย” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเสียดาย
เสียดายจริง ๆ
ที่ไม่ได้เห็นกับตาว่าซูอู๋แต่งงานกับหนุ่มชาวนาจน ๆ ต้องอยู่บ้านดินหลังคารั่ว กินหมั่นโถวผสมรำข้าว แล้วจมปลักอยู่ในโคลนไปทั้งชีวิต ไม่มีวันได้ลืมตาอ้าปาก
น่าเสียดายจริง ๆ!
……
คืนนั้นทั้งสองถูกจัดให้พักที่เรือนรับรองของค่ายทหาร
ฟังดูเหมือนเรือนรับรอง แต่ที่จริงเป็นเพียงบ้านอิฐแดงชั้นเดียวเรียบง่ายเรียงกันเป็นแถว
เดิมทีคนดูแลตั้งใจจะจัดให้ทั้งคู่อยู่ห้องเดียวกัน จะได้ดูแลกันสะดวก แต่ซูอู๋ยืนกรานหนักแน่น สุดท้ายจึงเปิดห้องให้คนละห้อง
เจียงอี้ชวนหิ้วสัมภาระไปส่งเธอถึงห้องด้วยตัวเอง
ซูอู๋ก้าวเข้าไปก็ยกมือปิดจมูกทันที
กลิ่นอับ กลิ่นบุหรี่ และกลิ่นเท้าเหม็น ๆ ปะปนกันจนแทบทำให้หายใจไม่ออก
เศษปูนจากผนังร่วงกราวลงมา เครื่องนอนบนเตียงไม่รู้ว่าไม่ได้เปลี่ยนมานานกี่ปีแล้ว ทั้งเก่าและหม่นหมอง บนผ้าห่มยังมีคราบเหลืองเป็นปื้น ๆ ที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร
ซูอู๋เบือนหน้าหนี เชิดคางแล้วสั่งเจียงอี้ชวน “คุณ เอาผ้าปูที่นอนกับปลอกผ้านวมชุดนั้นในกระเป๋าฉันออกมาเปลี่ยนเดี๋ยวนี้!”
เจียงอี้ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “ผม?”
ซูอู๋ขมวดคิ้ว มองเขาอย่างเย็นชา “แล้วจะให้ใครทำ? ต้องให้ข้าลงมือเองหรือไง?”
เจียงอี้ชวน “……”
เขานิ่งไปสามวินาที
จากนั้นก็แอบเสียดายแทนหญิงสาวอยู่ในใจ
หน้าตาสวยจริง ๆ
เสียแต่สมองดูจะไม่ค่อยปกติ
ยังจะเรียกตัวเองว่าข้าอีก? คงอ่านนิทานผีสางประหลาด ๆ มากเกินไปละมั้ง
ถึงจะคิดอย่างนั้น แต่แขกมาเยือนทั้งที จะให้หญิงสาวลงมือเองได้อย่างไร เขาจึงจำใจหยิบผ้าปูที่นอนกับปลอกผ้านวมจากกระเป๋าเธอ แล้วเปลี่ยนให้ด้วยความคล่องแคล่ว
ปูเตียงเสร็จก็เช็ดโต๊ะ กวาดพื้น กระทั่งขอบหน้าต่างก็เช็ดไปด้วย
เจียงอี้ชวนทำงานว่องไว ไม่นานห้องก็สะอาดตากว่าเดิมมาก
ซูอู๋พิงกรอบประตู ความหงุดหงิดในใจก็ค่อย ๆ จางลงเสียที
เธอเดินสำรวจรอบห้องแล้วขมวดคิ้วแน่นอีกครั้ง
ทำไมในห้องนี้ถึงไม่มีที่ให้อาบน้ำเลย?
เธอหันไปมองเจียงอี้ชวน “ฉันจะอาบน้ำ ไปอาบที่ไหน?”
เจียงอี้ชวนกำลังโยนผ้าขี้ริ้วสกปรกลงในกะละมัง พอได้ยินก็เลิกคิ้ว “ตอนนี้เลย?”
ซูอู๋คว้าผมอย่างหงุดหงิด “ใช่สิ”
เดินทางมาตลอดห้าวัน แถมต้องเบียดอยู่ท่ามกลางมนุษย์ปุถุชนตั้งห้าวัน เธอแทบจะถูกหมักจนกลิ่นซึมเข้าเนื้อแล้ว!
“ในค่ายมีโรงอาบน้ำอยู่หรอก” เจียงอี้ชวนชะงักไป “แต่มีแต่ห้องอาบน้ำผู้ชาย”
“งั้นก็ไล่ทุกคนออกไป!”
เจียงอี้ชวน “……”
เอาเถอะ ใครใช้ให้เธอเป็นคุณหนูที่เขาต้องตามใจล่ะ
แต่คุณหนูคนนี้สวยขนาดนี้ เขาเต็มใจรับใช้
……
โรงอาบน้ำชายของค่ายทหาร
เจียงอี้ชวนเข้าไปลากทหารหนุ่มสองนายที่กำลังอาบน้ำอยู่ข้างในออกมา
ทหารหนุ่มทั้งสองถูกไล่ออกมาข้างนอกในสภาพเปลือยเปล่า หน้าตางุนงง ฟองสบู่ยังล้างออกไม่หมด
เจียงอี้ชวนหน้าดำคร่ำเครียด “ไปวิ่ง! ห้ากิโลเมตร เดี๋ยวนี้!”
ทหารหนุ่มทั้งสอง “???”
พอไม่มีใครแล้ว ซูอู๋จึงอุ้มกะละมังอาบน้ำเคลือบกระเบื้อง เดินเอื่อย ๆ เข้าไปด้านใน พอเดินผ่านเจียงอี้ชวนก็หยุดชะงัก เอียงหน้ามองเขา “เฝ้าอยู่หน้าประตู ห้ามให้ใครเข้ามาเด็ดขาด”
เจียงอี้ชวนเลิกคิ้ว
คุณหนูนี่ใช้คนเก่งจริง ๆ ไม่มีลังเลสักนิด
“ได้ งั้นก็รีบหน่อย”
แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าการรอครั้งนี้จะกินเวลาถึงสองชั่วโมงเต็ม!
นานขนาดนี้ หมูยังผลัดขนได้ตั้งรอบแล้ว ทำไมเธอยังไม่ออกมาอีก?
เขางอนิ้วเคาะประตูสังกะสี “สหายซูอู๋? ใกล้เสร็จหรือยัง?”
ข้างในไม่มีเสียงตอบ น้ำยังคงไหลอยู่
เจียงอี้ชวนเคาะอีกสองครั้ง “สหายซูอู๋? อาบเสร็จหรือยัง?”
คราวนี้มีเสียงดังมาจากข้างใน เป็นเสียงขยับตัวซุกซิก ก่อนจะตามมาด้วยเสียงอู้อี้ “ฉัน…ฉันข้อเท้าแพลง”
สีหน้าเจียงอี้ชวนเปลี่ยนไป เขาผลักประตูพรวดเข้าไปโดยไม่ทันคิด!
ท่ามกลางไอน้ำที่ลอยอบอวล เขาเห็นเรือนร่างอวบอิ่มของซูอู๋ล้มอยู่ข้างอ่างน้ำ
ผิวเนียนนุ่มของเธอเมื่อถูกไอร้อนแผ่ปกคลุมก็ขึ้นสีชมพูระเรื่อตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับลูกท้อสุกฉ่ำ
ผมเปียกแนบแผ่นหลัง ทิ้งตัวเป็นทางยาวลงไปถึงเอว
หยดน้ำเกาะพราวอยู่บนทรวงอกอวบอิ่ม ก่อนจะไหลหยดลงมาไม่ขาดสาย
ท่ามกลางไอหมอก ซูอู๋เงยหน้าขึ้น สีหน้าทั้งอับอายทั้งขุ่นเคือง ไฝน้ำตาตรงหางตายิ่งขับให้ใบหน้างามชวนใจสั่น
จากนั้นเสียงกรีดร้องก็ดังสนั่นจนแทบสะเทือนหลังคา!
“อ๊าย—!”
“ใครอนุญาตให้ถ่านดำอย่างคุณเข้ามา?!”
ซูอู๋คว้าผ้าขนหนูมาคลุมส่วนสำคัญอย่างลนลาน
เจียงอี้ชวนหันหลังขวับ ใบหน้าแดงก่ำ
“ผะ…ผมไม่ได้ตั้งใจ! ผะ…ผมได้ยินคุณบอกว่าข้อเท้าแพลง กลัว…กลัวว่าคุณจะเป็นอะไรไป…”
ตลอดยี่สิบห้าปีที่เจียงอี้ชวนมีชีวิตมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพูดติดอ่างจนแทบเรียบเรียงคำไม่ออก
เรือนร่างงดงามของเธอสร้างคลื่นโหมกระหน่ำอยู่ในใจเขา กว่าจะสงบลงก็ผ่านไปนาน
เขารู้สึกเพียงว่าลมหายใจหอบถี่ขึ้นเรื่อย ๆ หัวใจเต้นรัวราวกับตีกลอง
ซูอู๋กัดฟันกรอดด้วยความโมโห “คุณ! ไปเอาเสื้อผ้ามาให้ฉัน!”
คราวนี้เจียงอี้ชวนถึงค่อยลืมตา เขาออกไปหยิบเสื้อผ้าของเธอมา แล้วหลับตาเดินกลับเข้ามาทีละก้าว ยื่นเสื้อผ้าให้
“ให้นะ…นี่ครับ”
ซูอู๋กระชากไปทันที
พอเห็นเสื้อผ้าของตัวเองถูกเขาขยำจนยับเป็นก้อน เธอก็ขบกรามแน่น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ด่าเขาอีก
เสียงสวมเสื้อผ้าดังซุกซิกอยู่ในห้อง ราวกับขนนกปัดผ่านใบหูเจียงอี้ชวนทีละนิด ใบหูของเขาแดงก่ำไปหมด
เนิ่นนานทีเดียวกว่าซูอู๋จะเอ่ยจากด้านหลัง “เสร็จแล้ว”
เขาหันกลับมา ดวงตากระอักกระอ่วนจนไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน
ซูอู๋พิงกำแพง เท้าข้างหนึ่งแตะพื้นเพียงแผ่วเบา ข้อเท้าบวมเป่งขึ้นมารอบหนึ่ง
เธอขมวดคิ้วถลึงตามองเขา แล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ถ่านดำ อุ้มฉันกลับไป”
เจียงอี้ชวน “หา?”
“หาหาอะไร?” ซูอู๋จ้องเขา “ข้อเท้าฉันแพลง เดินไม่ไหว!”
เจียงอี้ชวนกัดฟัน ก้มลงสอดแขนข้างหนึ่งใต้ข้อพับเข่า อีกข้างรองแผ่นหลัง แล้วอุ้มเธอขึ้นมาอย่างมั่นคง
ร่างในอ้อมแขนเบาหวิว แทบไม่มีน้ำหนัก
เจียงอี้ชวนเกร็งใบหน้า มองตรงไปข้างหน้าแล้วเดินฉับ ๆ
ซูอู๋ซุกอยู่ในอ้อมแขนเขา ถูกกระแทกจนมึนงงไปหมด
เจ้าทึ่มนี่
เป็นล่อหรือไง?
เดินกระแทกกระทั้นเหมือนไถนา
ระหว่างที่กำลังคิด ปลายจมูกของเธอก็เผลอสูดกลิ่นตรงอกเขาเข้าไป
จากนั้นทั้งร่างก็แข็งค้างไปทันที!
เป็นไปได้ยังไง?!
