กว่าหนึ่งเดือน จางหลีปิดประตูไม่ออกไปไหน หมกมุ่นศึกษาหนังสือสองเล่มคือคำอธิบายวิชาการปรุงยาหญ้าเขียวและวิชาการปรุงยาเบื้องต้น เทียบเคียงกันไปมา
วันเวลาผ่านไปอย่างอิ่มเอมใจยิ่ง
ขณะที่จางหลีคิดว่าทุกอย่างคงดำเนินไปได้อย่างราบรื่นนั้นเอง
แต่ต้นไม้อยากสงบ ลมกลับไม่ยอมหยุด ยามเขาจงใจเก็บตัวเงียบ ๆ เรื่องยุ่งยากกลับตามมาหาเอง
บ่ายวันนี้ จางหลีวางหนังสือลง ขยี้ตาที่รู้สึกแห้งพร่า กำลังจะลุกไปหุงข้าวปราณกิน ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับเสียงของชายหนุ่มว่า "ศิษย์น้องอยู่หรือไม่? หวังฮ่าวมาหา"
มือชะงักไปครู่ จางหลีขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาวาววับด้วยความระแวดระวัง
ศิษย์นอกที่อยู่บนเขาหลิงเจ๋อส่วนใหญ่ต่างแยกย้ายกันอยู่ตามเรือนของตน ในยามปกติไม่ค่อยไปมาหาสู่กัน
เขาก็เป็นเพียงศิษย์ที่มาใหม่ ยิ่งไม่เคยมีไมตรีกับผู้ใด หวังฮ่าวก็ไม่รู้จักเลย คงมาไม่ดีเป็นแน่
จางหลีไม่คิดจะสนใจ แต่คนผู้นั้นดูท่าทางไม่เปิดประตูแล้วไม่ยอมไปง่าย ๆ
เขาจำใจต้องเดินไปที่ประตูเรือน มิได้เปิดทันที แต่เอ่ยปากว่า "ขอศิษย์พี่หวังโปรดอภัย ข้าเพิ่งกลืนยาลงไป ยามนี้ไม่สะดวกจะรับแขกจริง ๆ"
พอหวังฮ่าวได้ยินก็ไม่มีทีท่าจะไปไหน เอ่ยว่า "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ไม่ได้รบกวนศิษย์น้องนานหรอก แค่ไม่กี่ประโยคเอง ครู่เดียวก็จบ ขอให้ศิษย์น้องเปิดประตูพบหน้ากันหน่อยเถิด"
