บทที่ 9 ใจเย็นก่อน ผมไม่ได้ขี่ฟรี
เฉินฮวนพิจารณาจากสภาพการหมุนเวียนของตำราวิชา แล้วก็ได้ข้อสรุปใหม่อีกครั้งอย่างรวดเร็ว
การฝึกร่วมด้วยตำราเหอฮวนกับหญิงพรหมจารีจะช่วยให้พัฒนาขึ้นได้มากกว่าในช่วงเวลาสั้น ๆ ข้อนี้ไม่ต้องสงสัย
เดิมทีก็ไม่มีผลข้างเคียงอะไร
แต่ตัวเขาเองเป็นเพียงคนธรรมดาที่เคยโง่เขลามานานหลายปี จะฝืนฝึกตำราวิชาสุดเหลือเชื่อเช่นนี้ ตั้งแต่แรกก็แทบเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
หากไม่ได้รับการถ่ายทอดวิชาบางส่วนมาช่วยปรับปรุงร่างกายให้ดีขึ้นเล็กน้อย เกรงว่าคงระเบิดตายตั้งแต่วินาทีที่ได้รับพลังลมปราณแท้แล้ว
บัดนี้ เมื่อตำราวิชาเข้าสู่ชั้นที่หนึ่ง พลังลมปราณแท้ที่มีเพิ่มขึ้น ร่างกายกลับตามไม่ทันเสียแล้ว
พูดให้ละเอียดก็คือ เส้นลมปราณกับตันเถียนยังไม่แข็งแรงพอ ทั้งพื้นที่ก็ไม่กว้างและมีไม่มากพอ จึงรองรับพลังลมปราณแท้ไม่ไหว
ตำราวิชานี้ยิ่งถูกกระตุ้นด้วยอารมณ์ปรารถนา ก็ยิ่งฝึกได้รวดเร็ว พลังลมปราณแท้ที่สะสมไว้ก็ยิ่งมาก สุดท้ายเขาจึงบาดเจ็บ
“หมูป่ากินข้าวละเอียดไม่เป็นจริง ๆ”
“สรุปแล้วก็เพราะร่างกายฉันไม่ไหวเอง ให้ตายสิ” เฉินฮวนบ่นกับตัวเองอย่างหดหู่
“ร่างกายส่วนไหนไม่ไหวล่ะ จะให้ป้าช่วยดูให้ไหม” เสียงหยอกเย้าดังมาจากหน้าประตู
เฉินฮวนเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นเหมียวชุ่ยฮวาที่อยู่บ้านข้าง ๆ ตามลำดับอาวุโสแล้ว เขาต้องเรียกเธอว่าป้า
ที่จริงเหมียวชุ่ยฮวาอายุยังไม่มาก เพิ่งสามสิบกว่า ๆ เป็นคนต่างหมู่บ้านที่แต่งงานเข้ามาอยู่ที่นี่
หน้าตาไม่ได้สวยนัก แต่ก็มีเสน่ห์อยู่หลายส่วน โดยเฉพาะดวงตาเรียวรีคู่นั้น ประกอบกับเอวบางสะโพกผาย เวลาเดินจึงดูเย้ายวนมีเสน่ห์เหลือเกิน
