บทที่ 13 ฝึกฝนไปพร้อมกับการลองผิดลองถูก
เห็นว่าเฉินฮวนยังไม่ค่อยยอมรับ
จ้าวลี่ผิงรีบเอ่ยปลอบอยู่ข้าง ๆ “เอาละ เอาละ ออกมาเดินตลาดกันทั้งที ก็ควรจะมีความสุขหน่อย อย่าพูดถึงพวกนั้นให้เสียบรรยากาศอีกเลย”
เฉินฮวนจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ
แต่ในใจกลับอดคิดไม่ได้ว่า ครอบครัวของจ้าวซือหมิงเป็นภัยร้ายจริง ๆ
ตอนนี้เขาใช้เรื่องบาดเจ็บของจ้าวต้าเหอข่มพวกนั้นเอาไว้ได้ชั่วคราว แต่ใครจะรู้ว่าสถานการณ์แบบนี้จะยืดเยื้อไปได้นานแค่ไหน
กลับไปแล้วคงต้องระวังตัวให้มากขึ้น และวางแผนไว้แต่เนิ่น ๆ
ทั้งสามคนออกจากตัวเมือง ปั่นจักรยานกลับหมู่บ้านเหอฮวาพร้อมพูดคุยหัวเราะกันไปตลอดทาง
“เอ๊ะ ทำไมมีไก่ป่าสองตัวล่ะ อ้วนเชียว” หลี่ชุนหลานเพิ่งเดินเข้าลานบ้านก็เห็นของในกรง จึงร้องขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“ผมจับได้บนเขา เดี๋ยวจัดการแล้วเอาไปตุ๋นให้หมด พวกเราสามคนจะได้กินให้หายอยาก” เฉินฮวนตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก
“ดูสิ เก่งใหญ่แล้วนะ ถึงกับขึ้นเขาไปล่าสัตว์ได้แล้ว” หลี่ชุนหลานยิ้มอย่างยินดี
ตอนนี้เธอยิ่งรู้สึกว่า คำพูดที่เฉินฮวนบอกไว้ในตัวเมืองว่าจะทำให้เธอได้ใช้ชีวิตที่ดี ไม่ใช่คำพูดปลอบใจ
คิดถึงตรงนี้ ฝีเท้าของหลี่ชุนหลานก็เบาขึ้นมาก รู้สึกกระปรี้กระเปร่าทั้งตัว
แล้วเธอก็อดใจรอให้ถึงกลางคืนเร็ว ๆ ไม่ได้
“ผมเอาจักรยานไปคืนก่อน” เฉินฮวนเข็นจักรยานที่ยืมมาไปยังลานบ้านข้าง ๆ
ในมือยังถือปลาคาร์ปสองตัวที่ซื้อจากตลาดมาด้วย
ยืมจักรยานคนอื่นมา อย่างไรก็ต้องหาของไปตอบแทนบ้าง
ที่สำคัญ ก่อนหน้านี้บ้านเขาลำบากขัดสน เหมียวชุ่ยฮวาก็ช่วยเหลืออยู่ไม่น้อย
“ป้าชุ่ยฮวา อยู่บ้านไหมครับ” เฉินฮวนเห็นประตูรั้วแง้มอยู่ จึงเอ่ยทักพลางผลักประตูเข้าไป
