“นั่นก็เป็นวาสนาของนาง!” ลี่ต้าซินโบกมืออย่างหงุดหงิด “พอแล้ว ๆ รีบกลับกระโจมแดงของเจ้าไป อย่ามาขวางหูขวางตาอยู่แถวนี้!”
เว่ยเหนียงจื่อยังอยากพูดอะไรบางอย่าง ทว่าจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงร้องเอะอะดังมาจากด้านนอก
“ถล่มแล้ว! ถล่มแล้ว!”
“หนีเร็ว! เหมืองถล่มแล้ว!”
ทั้งสามคนชะงักไปพร้อมกัน
สีหน้าลี่ต้าซินเปลี่ยนไปอย่างมาก เขาผลักหน้าต่างออกแล้วชะโงกมองไปด้านนอก
เห็นเพียงฝุ่นควันตลบอบอวลอยู่ทางเหมือง ผู้คนกลุ่มใหญ่กำลังวิ่งหนีออกมาจากปากอุโมงค์อย่างแตกตื่น บางคนถูกหามออกมา เลือดท่วมร่าง แขนขาห้อยตก ดูก็รู้ว่ากระดูกหักแล้ว
“จบกัน จบกัน...” ใบหน้าลี่ต้าซินซีดเผือดในพริบตา เหงื่อเย็นไหลอาบลงมา “คุณชายใหญ่จะมาถึงคืนนี้ หากให้เขาเห็นว่าเหมืองถล่ม ข้าคงถูกถลกหนังเป็นแน่...”
เขาเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องหลายรอบ ก่อนหยุดกึกแล้วหันไปมองนอกหน้าต่างอย่างดุดัน พลางด่าว่า “ไอ้พวกไร้ประโยชน์! รู้จักแต่กิน! แค่เหมืองแห่งเดียวยังดูแลให้ดีไม่ได้!”
เว่ยเหนียงจื่อเองก็ตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน จนลืมโกรธเคืองซูถังไปชั่วขณะ นางเพียงขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “ถล่มก็ถล่มไป หาคนมาซ่อมก็สิ้นเรื่อง ท่านร้อนใจไปไย?”
“เจ้าจะไปรู้อะไร!” ลี่ต้าซินร้อนใจจนกระทืบเท้า “หากจัดการไม่ดี เหมืองทั้งแห่งก็ต้องใช้การไม่ได้! คุณชายใหญ่หวังพึ่งแร่ชุดนี้เพื่อเปิดทางสร้างสายสัมพันธ์ หากกำหนดการล่าช้า ชีวิตข้าก็ชดใช้ไม่พอ!”
ดวงตาของซูถังเป็นประกายขึ้นเล็กน้อย
นางลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยอย่างไม่เร่งร้อนว่า “ผู้ดูแลลี่ หากข้าบอกว่าข้าแก้ปัญหาเหมืองถล่มได้เล่า?”
