“ข้าไม่ได้!” ลี่เป่ยเฉินโต้กลับอย่างไม่สะทกสะท้าน “ข้าเห็นก่อน!”
“ข้าเด็ดก่อน!”
“ข้ากินก่อน!”
“เจ้า!”
“พอแล้ว” ลี่เป่ยเจิงถอนหายใจอย่างจนปัญญา ก่อนยื่นมือกดศีรษะลี่เป่ยเฉินไว้ “เป่ยเฉิน ข้าเคยบอกเจ้ากี่ครั้งแล้ว อย่าแย่งของของผู้อื่น”
“ข้าไม่ได้แย่ง!” ลี่เป่ยเฉินเถียงข้าง ๆ คู ๆ คอแข็ง “ข้าช่วยนางกินต่างหาก นางกินคนเดียวไม่หมด เดี๋ยวมันก็เสีย!”
ลี่เป่ยเจิงถูกเหตุผลวิบัติเช่นนี้ทำเอาทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้ เขางอนิ้วแล้วดีดหน้าผากอีกฝ่ายไปทีหนึ่ง
“โอ๊ย!” ลี่เป่ยเฉินกุมหน้าผาก น้ำตาคลอเบ้า ก่อนย่อตัวลงนั่งยอง ๆ
“ขอโทษเสีย” ลี่เป่ยเจิงกล่าว
“ไม่!”
“หืม?”
ลี่เป่ยเฉินสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงอันตรายของพี่ใหญ่ จึงหดคอแล้วหันไปหาซูถังอย่างไม่เต็มใจ เค้นคำพูดออกมาจากไรฟัน “...ขอโทษ”
ซูถังแค่นเสียง หาขุ่นเคืองกับเด็กน้อยไม่ลง นางยัดผลไม้ที่เหลือเข้าปากทีละลูกอย่างได้ใจ
ลี่เป่ยเฉินได้แต่มองผลไม้เหล่านั้นถูกซูถังกินจนหมดด้วยตาตนเอง เจ็บปวดใจจนเกินบรรยาย แต่ไม่กล้าระเบิดอารมณ์ต่อหน้าพี่ใหญ่ จึงได้แต่นั่งยอง ๆ วาดวงกลมบนพื้น พลางพึมพำอะไรบางอย่าง คงกำลังสาปแช่งให้ซูถังกินผลไม้จนสำลักตาย
ซูถังกินผลไม้หมดแล้วก็ถอนหายใจยาว
เมื่อมีอาหารอยู่ในท้อง ร่างกายทั้งร่างก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
นางลุกขึ้น ตั้งใจจะขอบคุณลี่เป่ยเจิง ทว่ากลับเห็นเขากำลังมองนางด้วยสายตาประหลาดยิ่ง
“เป็นอะไรไป?” ซูถังถาม
ลี่เป่ยเจิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า “แม่นางซู ทราบหรือไม่ว่าเมื่อครู่กินสิ่งใดเข้าไป?”
“ผลโพธิ์โลหิตน่ะสิ” ซูถังตอบส่ง ๆ “เป็นผลไม้ป่าที่พบได้ทั่วไปในเขา ช่วยบำรุงเลือดลม มีอะไรหรือ?”
