เซี่ยเจี่ยนซีเลี่ยงไม่ให้ฮูหยินเซี่ยและแม่ทัพเซี่ยพบรอยฟกช้ำบนลำคอ นางจึงย้อนกลับไปยังเรือนผ่านทางอื่นก่อนที่ทั้งสองจะมาถึง
“คุณหนู ฮูหยินตามหาคุณหนูไปทั่วเลยเจ้าค่ะ ท่านอ๋องพวกนั้นกำลังจะกลับ...” ทิงหว่านเอ่ยพลางวิ่งพรวดเข้ามา ทันใดนั้นนางก็เห็นฉือเวยกำลังร้องไห้พลางทายาให้เซี่ยเจี่ยนซี ก็ถึงกับชะงักฝีเท้า “นี่ นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
“ก็เพราะท่านอ๋องที่เจ้าเอ่ยถึงเมื่อครู่ยังไงเล่า!” ฉือเวยมองรอยฟกช้ำบนคอของเซี่ยเจี่ยนซีแล้วน้ำตาก็ไหลพรากด้วยความปวดใจ
“คุณหนูเซี่ยไม่ควรเอ่ยถึงท่านซ่งเลย!” เหยาจือกล่าวพลางหยิบตลับยาออกจากอกเสื้อ “ใช้อันนี้เถิด พรุ่งนี้รอยฟกช้ำก็จะหายไปแล้ว!”
ฉือเวยแย่งตลับยามาถือไว้ “ถึงจะเอ่ยไม่ได้ แต่ก็ไม่ควรลงมือเช่นนี้ มันต่างอะไรกับการทำร้ายสตรี!”
“อะไรนะ! ท่านอ๋องทำร้ายคุณหนูงั้นรึ!” ทิงหว่านเดือดดาลขึ้นมาทันที “ไม่ได้ ต้องไปบอกท่านแม่ทัพ...”
“ทิงหว่าน!” เซี่ยเจี่ยนซีตวาดขึ้นทันที “นี่เป็นเรื่องระหว่างข้ากับท่านอ๋อง เจ้าห้ามไปบอกท่านพ่อท่านแม่ มิเช่นนั้นข้าจะส่งเจ้าไปอยู่ที่ชายทุ่ง!”
ทิงหว่านหยุดฝีเท้าทันใด “แต่...”
“ไม่มีแต่!” เซี่ยเจี่ยนซีเอ่ยเสียงเย็น
ทิงหว่านยืนเม้มปากอยู่นานโดยไม่ปริปาก
ครู่หนึ่ง เซี่ยเจี่ยนซีอาจเห็นว่าตนกล่าวรุนแรงเกินไปจึงเอ่ยเสียงเบาลง “เรื่องนี้ให้ท่านพ่อท่านแม่รู้ไม่ได้ หากท่านทราบแล้วเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น ไปล่วงเกินผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ผู้เคราะห์ร้ายในภายหลังก็ยังเป็นพวกเราไม่ใช่รึ ยิ่งไปกว่านั้น ข้ากับท่านอ๋องก็มีข้อแลกเปลี่ยนระหว่างกัน!”
