เซี่ยเจี่ยนซีมองดูฮวาอี้ พลันนึกขึ้นได้ว่า เฮ่อหยูเยียนผู้นี้คอยเป็นลูกไล่ของเซี่ยอวี่รั่วมาตลอด ฟังนางร่ำไห้คราใด ก็เหมือนกับเฮ่อหลานฉือ ลุกขึ้นมาเป็นธุระแทนนางอย่างบ้าคลั่ง
นางจำได้แจ่มชัดว่า ในงานเลี้ยงวันนี้ของชาติก่อน เฮ่อหยูเยียนก็เพียงแค่เหน็บแนมนางอยู่สองสามคำ ไม่ถึงกับมาหาเรื่องนางถึงที่
แต่ตอนนี้ นางบุกเข้ามาถึงตัวเช่นนี้ เป็นไปได้สูงว่าเซี่ยอวี่รั่วไปร่ำไห้ฟ้องต่อหน้านาง นางผู้โง่เขลาจึงได้รีบกระหืดกระหอบมาเป็นธุระแทนพี่สาวอวี่รั่วของตน
“เจ้าเป็นสาวใช้ของบ้านไหน นายของเจ้าอยู่ที่ไหน ให้นายเจ้าออกมาพูด!” ทิงหว่านเดือดดาล กระชากชายเสื้อฮวาอี้หมายจะลากนางออกไป
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างเอื่อยเฉื่อยจากด้านหลังพวกนาง “โอ้ นี่เกิดอันใดขึ้นงั้นหรือ?”
ฮวาอี้จึงได้ปล่อยมือที่ยื้อยุดกับทิงหว่าน ดวงตาแดงก่ำ พลางทำหน้าเว้าวอนกล่าวว่า “คุณหนูเจ้าขา ข้าเพียงแต่บอกกับพวกนางว่า คุณหนูก็นั่งอยู่ที่นี่เช่นกัน นางก็รังแกข้าไม่เลิกราเช่นนี้ พูดไปพูดมา ยังจะลงมือตีข้าอีก!”
“เจ้าเหลวไหลอันใด นึกว่าข้าไม่ยอมเลิกรางั้นรึ! ยังบอกอีกว่าข้าจะลงมือตีเจ้า ข้าจะฉีกปากเจ้าให้ได้!” ทิงหว่านคาดไม่ถึงเลยว่า นางแพศยาผู้นี้ เอ่ยปากก็ออดอ้อนออเซาะเสียแล้ว พลันโกรธจนอยากข่วนหน้าเสียให้เข็ดไป
ฉือเวยรีบรั้งทิงหว่านไว้ “ทิงหว่าน เจ้าใจเย็นก่อน คุณหนูยังอยู่ที่นี่เจ้าค่ะ!”
เซี่ยเจี่ยนซีซึ่งมองดูอย่างเฉยชามาตลอด ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองคนที่อยู่ข้างหลัง เพียงแต่เงยหน้ามองฮวาอี้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า “เหยาจือ ตีนาง!”
