เฮ่อหยูเยียนเหมือนมีก้างติดคอ นางย่อมรู้ดีว่าบิดาของนางไม่มีทางทำเช่นนี้ ส่วนมารดาก็ไร้ความสามารถถึงเพียงนั้น
“เฮ่อหยูเยียน ข้าคิดว่าเราไร้ซึ่งความขัดแย้ง ยิ่งกว่านั้น ระหว่างเราไม่ควรมีอันใดเกี่ยวข้องกันเลย การที่เจ้ามาหาเรื่องข้าอย่างไร้เหตุผล เกรงว่าคงทำเพื่อผู้อื่นกระมัง” เซี่ยเจี่ยนซีเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยัน
หัวใจของเฮ่อหยูเยียนเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งที
เซี่ยเจี่ยนซีเห็นท่าทางของนางเช่นนั้น พลันเกิดความสงสัย “เจ้าเองก็เป็นบุตรอนุ ทว่าใช้ชีวิตได้หรูหรายิ่งกว่าคุณหนูในเรือนหลักเสียอีก ลองดูงานเลี้ยงนี้สิ มีบุตรอนุสักกี่คน เหตุใดเจ้าจึงต้องเป็นหมาข้างถนนของเซี่ยอวี่รั่วด้วยเล่า เจ้ามาพุ่งชนเป็นทัพหน้าให้นางอยู่ที่นี่ สุดท้ายแล้วเจ้าได้ประโยชน์ใด”
“เจ้า เจ้าพูดจาเหลวไหล ข้ามิได้...” เฮ่อหยูเยียนมองเซี่ยเจี่ยนซีด้วยความตะลึงงัน
“มีหรือไม่ เจ้าย่อมรู้ดีแก่ใจ” เซี่ยเจี่ยนซียกมือตบหน้าเบา ๆ “อย่ามาใกล้ข้า มิเช่นนั้น ครั้งต่อไป มิใช่สาวใช้ของเจ้าที่ถูกตบ แต่เป็นตัวเจ้า คุณหนูหกสกุลเฮ่อ”
เฮ่อหยูเยียนเบิกตากว้าง
นางมิอาจเข้าใจ เซี่ยเจี่ยนซีแต่ก่อนแม้ไม่นิยมพูดคุยกับพวกนาง มักวางท่าหยิ่งยะโส ทว่าลึกลงไปแล้วก็เป็นสตรีอ่อนโยนผู้หนึ่ง แต่บัดนี้นางกลับคล้ายคนเสียสติ ไม่สนใจชื่อเสียงของตนแม้แต่น้อย และไม่แยแสสายตาผู้อื่น ใครขัดใจก็ลงมือทันที
