เมื่อออกจากศาลต้าหลี่ เฮ่อหลานฉือมองถนนอันวังเวงเบื้องนอก พลางถอนหายใจยาวเหยียด “ส่งคนจับตาดูไว้ หากรุ่งสางแล้วอวี้ถิงยังไม่ถูกหามออกมา เจ้าจงลงมือเอง”
หลานถิงลดสายตาลง “ขอรับ”
เฮ่อหลานฉือสัมผัสได้ถึงอารมณ์ผิดแผกบางอย่างของหลานถิง จึงหันกลับมามองเขา “ข้าว่าอวี้ถิงเป็นคนบ้านเดียวกันกับเจ้ามิใช่หรือ”
“คุณชายโปรดวางใจ” หลานถิงเงยหน้าสบตาเฮ่อหลานฉือ แววตาราบเรียบไร้อารมณ์ใด ๆ “ผู้น้อยรู้กฎดี”
“อย่าหาว่าข้าใจดำ การตายของนางแลกกับความกินดีอยู่ดีไปตลอดชีวิตของมารดาได้ นี่คือการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม” เฮ่อหลานฉือเอ่ยเสียงเยียบเย็น “จะโทษก็โทษเซี่ยเจี่ยนซีดวงแข็ง กระทั่งเจออี้จื่อชวนเทพแห่งความซวยนั่นเข้า นางถึงได้รอดพ้นเคราะห์ไปได้อย่างนี้”
หลานถิงไม่พูดอะไร เพียงเดินตามข้างกายเฮ่อหลานฉืออย่างเงียบ ๆ
ภาระหนักในใจเฮ่อหลานฉือลดลงครึ่งหนึ่ง อารมณ์จึงสงบลงมาก “เจ้าคอยอยู่ที่นี่เถิด อย่าลืมเก็บกวาดให้เรียบร้อย”
“ขอรับ”
ไม่นานก็มีรถม้าคันหนึ่งแล่นมาใกล้ เฮ่อหลานฉือชำเลืองมองหลานถิงแวบหนึ่ง แล้วจึงก้าวขึ้นรถม้า “หลานถิง เจ้าคงรู้ดี สิ่งที่ข้าเกลียดชังที่สุดคือการทรยศ”
หลานถิงยืดหลังตรง “หลานถิงเข้าใจ”
ล้อรถม้าบดผ่านพื้นอิฐเขียว ส่งเสียงครวญต่ำ จนค่อย ๆ ลับหายไปสุดทางในที่สุด
เฮ่อหลานฉือเพิ่งจากศาลต้าหลี่ไปได้ครู่เดียว ถัดมาไม่นาน อี้จื่อชวนก็นำรถม้าจอดเทียบที่ประตูข้างของศาลต้าหลี่
ฉินชางยืนเอามือไขว้หลังอยู่ตรงปากซอย ยืนยันว่าไม่มีผู้คนแล้ว ประตูรถม้าจึงถูกเปิดออก
ด้วยมารยาทของบุรุษผู้ดี อี้จื่อชวนยืนอยู่หน้ารถม้า ยื่นมือไปทางภายในรถที่มืดสนิท
วินาทีต่อมา มือเรียวบางข้างหนึ่งก็วางลงบนฝ่ามือของอี้จื่อชวนอย่างแผ่วเบา ชั่วขณะนั้น อี้จื่อชวนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างแนบเนียน
จากนั้น ร่างหนึ่งที่ห่อหุ้มด้วยผ้าคลุมยาวใหญ่ ปกปิดกายมิดชิด ก็ก้าวลงมาจากรถม้า
ผู้นั้นลงจากรถม้าแล้ว ก็รีบชักมือกลับทันที เดินตรงมุ่งหน้าเข้าสู่ศาลต้าหลี่
อี้จื่อชวนยืนอยู่ที่เดิม มองตามร่างที่เดินห่างออกไปพลางคลึงฝ่ามือ คิ้วที่เคยขมวดค่อย ๆ คลายออก
