จางอี้อันตกใจสะดุ้งโหยง กว่าจะพูดติด ๆ ขัด ๆ ออกมาได้ก็กินเวลาอยู่ครู่ใหญ่ “ท่านชายจากตำหนักหย่งอาน คังมู่เจ๋อผู้นั้น!”
เฮ่อหลานฉือขมวดคิ้วมุ่น “เขาตามหาเซี่ยเจี่ยนซีด้วยเรื่องใด!”
“เช่นนั้นข้าจะไปรู้ได้อย่างไร บางทีอาจเห็นว่านางงดงามขึ้นจึงเสียใจภายหลังกระมัง!” จางอี้อันส่งเสียงเหอะเบา ๆ แล้วยกจอกสุราขึ้นจิบ “ว่าแต่เจ้า เมื่อครู่เจ้าไปไหนมา?”
เฮ่อหลานฉือพลันรู้สึกนั่งไม่ติดที่ “ไม่ได้การ ข้าต้องไปดูหน่อย!”
“เจ้าจะไปไหน?” จางอี้อันรีบถาม “งานเลี้ยงเริ่มแล้ว เหตุใดเจ้า…”
ยังไม่ทันที่จางอี้อันจะกล่าวจบ เฮ่อหลานฉือก็เดินจากไปไกลแล้ว
เฮ่อหลานฉือกวาดตามองหาเงาร่างของเซี่ยเจี่ยนซีท่ามกลางหมู่คนโดยไม่รู้ตัว ทว่างานเลี้ยงฉลองครบรอบหนึ่งขวบปีนี้ จวนโหวหนิงหย่วนเชิญแขกมากมายเกินไป ต่อให้เขาชะเง้อมองจนทั่วก็หาได้เห็นเงาร่างงามสง่าดั่งขุนเขาไม่
ขณะที่เขาเกือบจะถอดใจ พลันเห็นเงาร่างของเซี่ยเจี่ยนซีเดินมาจากอีกฟากของห้องจัดเลี้ยง ในมือนางเหมือนกำลังถือสิ่งใดไว้
ชั่วพริบตา เขาก็ก้าวเท้าเร็วรี่มุ่งไปทางนั้น แต่กลับปะทะเข้ากับคังมู่เจ๋อซึ่งสีหน้าไม่สู้ดี
“ท่านชาย?” เฮ่อหลานฉือมองไปด้านหลังของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว “เหตุใดท่านจึงอยู่ที่นี่แต่ผู้เดียว?”
คังมู่เจ๋อมองเฮ่อหลานฉือที่ปรากฏกายขึ้นกะทันหัน พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย “เช่นนั้นแล้วจะเป็นไรไป ด้านนี้เป็นที่นั่งของสตรี ข้านำของมาส่งให้มารดาจึงได้มาทางนี้ ว่าแต่ท่านโหวน้อย เหตุใดจึงเดินเข้ามาถึงที่นี่เล่า เป็นไปได้หรือว่าผู้อาวุโสของท่านก็ให้ของมาเช่นกัน?”
