ยามที่เฮ่อหลานฉือกลับถึงจวน ฮูหยินผู้เฒ่าเฮ่อและเฮ่อหยูเยียนก็ก่อความวุ่นวายอยู่สักพักหนึ่งแล้ว
หลังจากออกจากจวนหนิงหย่วนโหว เฮ่อหลานฉือมิได้กลับจวนโดยตรง ทว่าไปยังเรือนแยกก่อน เขาออกตามหาฟางเจียวเจียวมาตลอด ทว่าจวบจนบัดนี้ก็ยังไร้วี่แวว
เขาอยู่ที่เรือนแยกนานนัก ใคร่ครวญเท่าใดก็มิอาจเข้าใจ สตรีสองนางที่ไร้เรี่ยวแรงแม้จะผูกไก่ยังมิอาจต้านทาน ทั้งในเมืองเปี้ยนจิงก็ไร้ญาติขาดมิตร กลับหายสาบสูญราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ในโลกนี้
เขาแน่ใจนักว่ามีผู้ให้ความช่วยเหลือพวกนาง ทว่าผู้ใดกันหนอที่มีความสามารถถึงขั้นลบร่องรอยการมีอยู่ของคนทั้งสองจนสิ้นซาก
แรกเริ่มเฮ่อหลานฉือสงสัยอี้จื่อชวน เหตุเพราะบ่อนซือเก๋อถูกอี้จื่อชวนบุกทลาย ชีวิตของฟางเจียวเจียวก็ถูกอี้จื่อชวนช่วยไว้ หากแต่เมื่อการสืบสวนดำเนินไป เขากลับพบว่าผู้ที่แท้จริงแล้วอยู่เบื้องหลัง อาจมิใช่อี้จื่อชวน
อี้จื่อชวนเกิดในเปี้ยนจิง เติบใหญ่ในเปี้ยนจิง ทุกตรอกซอกซอยล้วนมีสายลับของเขาคอยจับจ้อง หากต้องการซ่อนใครไว้ในเมืองเปี้ยนจิง คงยากจะรอดพ้นสายตาของเขา ทว่าสองแม่ลูกคู่นี้กลับเหมือนไม่เคยมีตัวตน สาบสูญไปจากโลกนี้อย่างสิ้นเชิง
หนทางเดียวที่เป็นไปได้คือพวกนางถูกส่งออกจากเปี้ยนจิง ทั้งยังถูกส่งไปยังสถานที่ที่เขาไม่อาจยื่นมือเข้าไปวุ่นวาย
เฮ่อหลานฉือมองดูแท่นนอนที่มีฝุ่นบางๆ ปกคลุม คิ้วขมวดแน่นด้วยความครุ่นคิด “ผู้ใดกันที่ขัดขวางข้า”
“คุณชาย ฮูหยินผู้เฒ่าและคุณหนูหกเกิดเรื่องแล้ว” หลานถิงได้ข่าวจึงรีบมาล่าว
“เกิดอะไรขึ้นอีก” เฮ่อหลานฉือเอ่ยถึงสองคนนี้ทีไรก็รู้สึกรำคาญทุกครั้ง
หลานถิงทบทวนอยู่นานก่อนจะร้อยเรียงถ้อยคำที่เพิ่งได้ฟังมารวมกัน “รถม้าของฮูหยินผู้เฒ่าและคุณหนูหกเกิดล้อหักกะทันหัน พวกนางกระเด็นตกจากรถม้าตอนที่ล้อหัก และกระเด็นลงไปในกองมูลวัวข้างทาง”
“มูลวัว” เฮ่อหลานฉือหันขวับ “ในเมืองเปี้ยนจิงเช่นนี้ เหตุใดจึงมีมูลวัว”
