เฮียหลงมึนงงไปหมดแล้ว
เขาคิดเผื่อบทลงโทษที่น่าอับอายและเจ็บปวดที่สุดไว้สารพัดแบบ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่รออยู่จะเป็นคำว่า “กลับบ้าน” ที่ฟังดูเบาหวิวเช่นนี้
ความแตกต่างสุดขั้วทำให้เขายืนนิ่งค้างอยู่กับที่ไปชั่วขณะ
เขามองหมิงเยว่ รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ช่างเหมือนพระโพธิสัตว์ลงมาจุติบนโลก
ผู้หญิงดีเลิศที่สุดในปฐพี!
ไม่เพียงยื่นบันไดให้เขาลงอย่างสวยงาม ยัง... ยังใส่ใจเขาขนาดนี้อีกเหรอ?
“เอ่อ... เอ่อ ได้ครับ กลับบ้าน ผมจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้!” เฮียหลงรีบขานรับ น้ำเสียงถึงกับสั่นเครือขึ้นมาเล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่ แทบจะน้ำตาซึมแล้ว
“ขอบคุณ... ขอบคุณนะน้องสาว เมื่อกี้พี่... พี่ทำไม่ดีกับเธอ เธอ... เธออย่าถือสาคนอย่างพี่เลยนะ”
เขาพูดจาตะกุกตะกักไปพลาง รีบหันไปเรียกลูกน้องที่ยังมึนงงไม่แพ้กันไปพลาง “ไปกันเถอะ ไปกัน ทุกคนแยกย้าย กลับบ้าน ๆ...”
ในที่สุดเรื่องวุ่นวายนี้ก็จบลงด้วยวิธีที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
เธอไล่พวกอันธพาลจอมป่วนให้ออกไปได้อย่างง่ายดาย ไม่เพียงแก้ปัญหาได้อย่างหมดจด แต่ยังทำให้อีกฝ่ายซาบซึ้งบุญคุณเธออย่างไม่มีเหตุผลอีกด้วย
หลูยวนเจิงใช้ปลายลิ้นไล้ผ่านฟันกราม ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างกะทันหัน
เมื่อเรื่องวุ่นวายจบลง บรรยากาศรอบเคาน์เตอร์บาร์ก็กลับมาเงียบสงบดังเดิม
หมิงเยว่หันกลับไป หยิบน้ำแข็งและตวงเหล้าอย่างคล่องแคล่ว
ไม่นาน ค็อกเทลคลาสสิกสีเข้มข้นที่แบ่งชั้นอย่างงดงามก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้นในมือเธอ ของเหลวสีอำพันไหวระริกเบา ๆ รอบก้อนน้ำแข็งทรงกลม
เธอใช้สองมือเลื่อนแก้วไปตรงหน้าหลูยวนเจิงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะยกมุมปากขึ้น เผยรอยยิ้มที่แม้ไม่ถึงกับสดใส แต่ก็สุภาพเพียงพอ
