“โอ้?”
ชายหนุ่มลากเสียงยาว ร่างกายเอนเข้าหาอีกเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างทั้งสองกลับมาคลุมเครือชวนใจเต้นอีกครั้ง “ด้านไหนที่ทำให้คนจดจำได้มากที่สุดล่ะ?”
เขาถามต่อจากคำพูดของเธอ น้ำเสียงเจือแววหยอกล้ออย่างเห็นได้ชัด
เสิ่นหมิงเยว่สบกับสายตากดดันของเขา ขนตาสั่นไหวเบา ๆ ราวกับผีเสื้อกระพือปีก เผยให้เห็นท่าทีที่ผสมผสานระหว่างความเขินอายกับความกล้าหาญ
เธอไม่ได้ตอบตรง ๆ ว่าด้านไหน เพราะนั่นจะเท่ากับตกลงไปตามจังหวะของอีกฝ่าย
กลับกัน เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย สายตากวาดผ่านลูกกระเดือกของเขาราวกับไม่ได้ตั้งใจ ก่อนจะหันกลับมาสบตาเขาอีกครั้ง แล้วลดเสียงลงจนฟังคล้ายเสียงกระซิบ
“ทุกด้านเลยค่ะ ทำให้ประทับใจมากทีเดียว”
เขาหัวเราะเสียงต่ำ แผ่นอกสั่นสะเทือนเล็กน้อย เสียงหัวเราะนั้นฟังดูทุ้มลึกชวนหลงใหลเป็นพิเศษในตรอกอันเงียบสงัด
“อย่างนั้นหรือ ดูท่าฉันคงต้องปรากฏตัวบ่อย ๆ แล้วล่ะ จะได้ไม่ให้ความประทับใจของเธอจางหายไป”
คำพูดนี้แทบจะเป็นการเกี้ยวพาราสีกันอย่างโจ่งแจ้งแล้ว
เสิ่นหมิงเยว่แค่นหัวเราะในใจ
ผู้ชายที่มีอำนาจสูงส่งนี่นะ มักเป็นแบบนี้เสมอ
พอถูกใจสิ่งใดขึ้นมา ความปรารถนาก็เผยออกมาตรงไปตรงมาและเปลือยเปล่า เต็มไปด้วยความเป็นเจ้าของและความใคร่รู้โดยไม่คิดปิดบัง
เงียบไปชั่ววินาที
หมิงเยว่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายวูบไหวราวกับมีสายน้ำแห่งฤดูใบไม้ผลิเอ่อล้นอยู่ในนั้น
“ปรากฏตัวบ่อย ๆ เหรอคะ?”
เธอทวนคำนั้นอีกครั้ง ปลายเสียงสูงขึ้นเล็กน้อย เจือความสงสัยที่ทั้งไร้เดียงสาและเย้ายวน “แล้วท่านผู้บังคับบัญชาจะปรากฏตัวในฐานะอะไรคะ?”
