“มาหาเรื่องแข่งกับสาวน้อยอยู่ตรงนี้ ไม่อายบ้างหรือไง?”
เฮียหลงหันกลับมาด้วยอาการมึนเมาและโมโห อยากดูว่าใครกันที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง
ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งสวมเสื้อแจ็กเก็ตกันลมสีดำ ยืนอยู่ด้วยท่าทางสบาย ๆ ดูไม่ใส่ใจนัก
บนใบหน้าของชายหนุ่มไร้ซึ่งอารมณ์ มุมปากคล้ายมีรอยยิ้มบาง ๆ ที่ยากจะบอกว่าใช่หรือไม่
ดวงตาคู่นั้นมองเขาอย่างไร้ความอบอุ่น ใต้ท่าทีเฉื่อยชามีแววรำคาญเล็กน้อย ราวกับกำลังมองสิ่งน่าหงุดหงิดอะไรสักอย่าง
“แกเป็นใครวะ?!”
เฮียหลงพ่นกลิ่นเหล้าออกมา น้ำเสียงกระแทกกระทั้น “โผล่มาจากไหน? มาทำวางท่าอะไรอยู่ตรงนี้? ฉันเล่นเกมกับสาวคนนี้ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแก ไสหัวไปให้พ้น!”
เพื่อนสองสามคนของเขาก็พากันเข้ามารุมล้อม สีหน้าไม่เป็นมิตร จ้องหลูยวนเจิงราวกับคิดจะใช้จำนวนคนสร้างความได้เปรียบ
หลูยวนเจิงเผชิญหน้ากับคำด่าทอและการรุมล้อมของเฮียหลง สีหน้าขี้เกียจเฉื่อยชานั้นไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย
เขาไม่แม้แต่จะชายตามองเพื่อนของเฮียหลง เพียงปล่อยสายตาเลื่อนกลับไปหยุดบนใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างไม่ใส่ใจ ปลายลิ้นดุนกระพุ้งแก้มเบา ๆ คล้ายเห็นเป็นเรื่องชวนขำอยู่บ้าง แต่ก็ชวนให้รำคาญอยู่บ้าง
“ฉันเป็นใครน่ะหรือ?”
เขาหัวเราะเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงยียวนแบบคนไม่แยแสอะไร ก่อนจะเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ “ฉันเป็นพ่อแก”
เฮียหลงถูกคำพูดนั้นอุดปากจนแทบขาดใจ ใบหน้าเปลี่ยนจากแดงเป็นม่วง เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน กำหมัดแน่นจนข้อนิ้วลั่นกรอบแกรบ
“ฉันจะ...” คำหยาบกำลังจะหลุดจากปาก ทว่าในวินาทีนั้นเอง เขาก็สบเข้ากับดวงตาของหลูยวนเจิง
