เสิ่นหมิงเยว่ราวกับถูกของร้อนลวก รีบชักมือที่วางอยู่บนอกเขากลับ แล้วถอยหลังไปก้าวเล็ก ๆ ก้มหน้าลง
“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้ขอบคุณคุณหลูนะคะ ฉัน...เพื่อนร่วมห้องคงรอจนเป็นห่วงแล้ว ฉันขอตัวก่อนค่ะ”
พูดจบ เธอก็หันหลังหนีไปอย่างลนลาน ฝีเท้าดูสับสนอยู่ไม่น้อย
หลูยวนเจิงยืนอยู่กับที่ มือข้างที่เพิ่งจับข้อมือเธอไว้เมื่อครู่ นิ้วมือเผลอคลึงเบา ๆ อย่างไม่รู้ตัว
เขามองแผ่นหลังบอบบางที่รีบเดินจากไป ราวกับผีเสื้อที่ตกใจจนอยากหนีให้พ้น
เมื่อเธอเดินไปได้สิบกว่าก้าว และกำลังจะกลืนหายไปในกลุ่มคนบางตาบนทางเท้า
ร่างนั้นก็พลันหยุดลง
หญิงสาวหันกลับมา
ลมกลางคืนพัดเส้นผมและชายเสื้อของเธอให้ปลิวไหว แสงไฟถนนแต่งแต้มรัศมีอ่อนโยนลงบนตัวเธอ
“คุณหลูคะ”
เธอยืนอยู่ตรงบริเวณที่แสงไฟพร่างพราย ดวงตาโค้งเป็นจันทร์เสี้ยวแสนงาม เสียงที่เจือรอยยิ้มของเธอลอยฝ่าความมืดมาอย่างชัดเจน
“หมายเลขลับของคุณ ฉันจะเก็บรักษาไว้อย่างดี จะไม่บอกใครเด็ดขาดค่ะ”
ไม่รอให้เขาพูดอะไร เธอก็ยิ้มพลางโบกมือให้ จากนั้นหันหลังไปโดยไม่อาลัยอาวรณ์ ฝีเท้าเบาหวิวราวกับผีเสื้อโบยบิน ก่อนจะหายลับไปในราตรีอันมืดมิดอย่างรวดเร็ว
หลูยวนเจิงยืนอยู่กับที่ มองมุมถนนอันว่างเปล่าเนิ่นนานโดยไม่ขยับ
เขาก้มมองมือของตนเอง แล้วเงยหน้ามองไปยังทิศทางที่เธอหายลับไป ก่อนจะยิ้มออกมาแผ่วเบา
……
“เฮ้ หมิงเยว่ เป็นยังไงบ้าง เป็นยังไงบ้าง รอบนี้ฉันช่วยได้ดีไหม?”
เสียงผู้ชายที่กดให้เบาลงและฟังออกชัดเจนว่ากำลังรอคำชม ดังลอดออกมาจากเงามืดในตรอกข้าง ๆ
