ความเจ็บปวดที่คิดว่าจะตามมากลับไม่เกิดขึ้นเสียที หลินเจียวเจียวค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แล้วก็พบว่างูตัวใหญ่สีเหลืองดินตรงหน้าไม่อยู่แล้ว
“งูไปไหนแล้ว?”
ที่นี่ไม่มีทั้งงูและคนอื่นอยู่เลย
คงไม่ใช่ว่างูตัวนั้นเกิดใจดีขึ้นมา แล้วปล่อยเธอไปหรอกนะ!
ความเป็นไปได้นั้นต่ำมาก
ต้องรู้ก่อนว่าเมื่อครู่ งูตัวนั้นอยู่ในท่าทางกำลังล่าเหยื่อชัด ๆ
เมื่อนึกถึงโสมที่หายไปก่อนหน้านี้ หลินเจียวเจียวก็ลองส่งจิตเข้าไปในมิติโดยไม่รู้ตัว
แต่กลับไม่เห็นงูอยู่ในมิติเลย
ไม่อย่างนั้นเธอคงขยะแขยงจนทนไม่ไหวแน่
แต่หลินเจียวเจียวไม่ทันสังเกตว่า พื้นที่เพาะปลูกซึ่งเดิมมีรัศมี 500 เมตร ตอนนี้ขยายออกไปอีก 100 เมตรแล้ว
แม้ระยะจะเพิ่มขึ้นไม่มาก แต่ที่นี่เป็นพื้นที่ที่เพาะปลูกได้
ไม่ว่าจะอยู่ในยุคไหน ก็เป็นสิ่งล้ำค่าหายากอย่างยิ่ง
แม้แต่ในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยป่าคอนกรีต ผู้คนในเมืองก็ยังใฝ่ฝันอยากมีที่สักแห่งให้ปลูกพืชได้
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงยุค 70 ที่ขาดแคลนทั้งเสื้อผ้าและอาหาร
“ช่างเถอะ ไม่คิดแล้ว”
“คิดซะว่ามันใจดีปล่อยฉันไปก็แล้วกัน”
คิดได้ดังนั้น หลินเจียวเจียวก็จัดข้าวของ ก่อนตั้งใจจะไปหาพี่รอง
แต่ตอนที่กำลังจะออกจากบริเวณนี้ จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าใต้ฝ่าเท้านิ่มยวบ
พอยกเท้าออกดูก็เห็นหนังงูผืนใหญ่สมบูรณ์วางอยู่บนพื้น
ก่อนหน้านี้เธอไม่เห็น เพราะสีของหนังงูกลืนไปกับพื้นดินพอดี
