แม้ฟังดูเหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกันอยู่บ้าง แต่ต่อไปเธอต้องอยู่ที่นี่อีกนาน การมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันย่อมเป็นประโยชน์
“สวัสดีครับ น้องสาว”
“น้องสาว พี่เป็นพี่ใหญ่ หลินกั๋วต้ง”
“พี่เป็นพี่รอง หลินกั๋วจื้อ”
“พี่สาม หลินกั๋วอัน”
“พี่สี่ หลินกั๋วผิง”
“พี่เป็นพี่ห้าของเธอ ชื่อหลินกั๋วซิง”
หลินกั๋วซิงไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้ กลัวว่าพ่อจะตีเขาอีก
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังตะโกนเรียกหลินเจียวเจียวจากที่ไกล ๆ ด้วยเสียงดังขึ้น
“สวัสดีค่ะ พี่ ๆ”
ที่จริงหลินเจียวเจียวไม่ได้ฟังความหมายแฝงในคำพูดของพวกเขาออก คิดแค่ว่าคนทางตะวันออกเฉียงเหนือนิยมเรียกกันว่าพี่น้อง
เวลาออกไปข้างนอก พวกเขาก็พูดคำว่า “พี่ ๆ” กันติดปากไม่ใช่หรือ
ไม่เรียกพี่ชาย ก็เรียกน้องสาว
บางทีนี่อาจเป็นเพียงคำเรียกขานที่แสดงความสนิทสนมก็ได้!
ชาติที่แล้วหลินเจียวเจียวอาศัยอยู่ทางใต้มาโดยตลอด จึงไม่เข้าใจธรรมเนียมของคนทางเหนือ
เรื่องบังเอิญผิดฝาผิดตัวนี้กลับทำให้เธอกลมกลืนเข้ากับครอบครัวนี้ได้อย่างรวดเร็ว
“น้องนั่งรถมาตั้งนาน รีบไปพักเถอะ เดี๋ยวพี่ล้างผักพวกนี้เอง”
หลินกั๋วอันรับงานในมือหลินเจียวเจียวไป
“น้องนั่งตรงนี้นะ”
หลินกั๋วผิงยกเก้าอี้มาให้
ส่วนหลินกั๋วต้งกับหลินกั๋วจื้อก็หยิบขนมกับลูกอมมาให้หลินเจียวเจียว
“พรุ่งนี้พี่จะไปซื้อนมมอลต์กลับมาสักหน่อย น้องผอมเกินไปแล้ว ต้องบำรุงหน่อย”
หลินกั๋วจื้อมองรูปร่างของหลินเจียวเจียวแล้วรู้สึกว่าเธอบอบบางเกินไป
ลูกชายบ้านหลินของพวกเขาแต่ละคนตัวสูงใหญ่และแข็งแรงกันทั้งนั้น
