บนโต๊ะอาหาร ผู้ใหญ่จากทั้งสองตระกูลต่างมีรอยยิ้มสุภาพที่แฝงความห่างเหินเอาไว้
คำพูดที่เอ่ยออกมาก็ล้วนมีนัยแอบแฝง
ต่างฝ่ายต่างหยั่งเชิง ยื้อยุดกันไปมาไม่หยุด
มู่โจวคร้านจะใช้สมอง จึงเพียงค่อย ๆ กินสเต๊กอย่างไม่เร่งรีบ
ท่วงท่าของเธองดงาม บางครั้งก็ออกคำสั่งให้มู่หลินกับมู่สุยเจียงที่นั่งอยู่ข้างกายช่วยหยิบนั่นหยิบนี่
คนที่ไม่คิดอะไรเหมือนกันยังมีอีกคน นั่นคือกงเซียวหมิง
พอเห็นท่าทางตอนมู่โจวกินอาหาร เขาก็อดเบ้ปากไม่ได้
ทำตัวเป็นคุณหนูเอาแต่ใจชะมัด เดี๋ยวก็สั่งให้คนนี้รินน้ำให้ เดี๋ยวก็ให้เปลี่ยนผ้าเช็ดหน้า
ถ้าแต่งงานกันในอนาคต งานพวกนี้คงตกเป็นหน้าที่เขาหมดสินะ?
แค่คิดกงเซียวหมิงก็ปวดหัวแล้ว
ช่างเถอะ ตามใจเธอไปดีกว่า ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าเธอจะก่อเรื่องอะไรอีก
มู่โจวเป็นคนชอบเอาแต่ใจที่สุดแล้ว
กงเซียวหมิงกำลังคิดฟุ้งซ่าน จู่ ๆ ก็ได้ยินคำว่า “ยกเลิกการหมั้น” จากปากพ่อแม่ ความคิดของเขาพลันกลับมาอยู่กับปัจจุบัน เขาหันขวับไปมองทันที
เห็นเพียงมารดาของเขายิ้มอย่างอ่อนโยน
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับอะไรทั้งนั้น แค่เด็กสองคนไม่เหมาะสมกัน”
ทุกคนเข้าใจดีว่าคำพูดปิดบังเช่นนี้หมายถึงอะไร
แต่ตอนนี้เมื่อเจรจาเงื่อนไขกันลงตัวแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็ยอมรับได้
พ่อแม่ของทั้งสองตระกูลยกแก้วขึ้นดื่มอย่างพึงพอใจ
มีเพียงกงเซียวหมิงที่ยังคงอึ้งงัน
“ยกเลิกการหมั้นอะไรกัน?”
บิดาของกงเซียวหมิงขมวดคิ้ว สีหน้าเคร่งขรึมพลางมองเขา
“ผู้ใหญ่กำลังคุยกัน เด็กอย่าเพิ่งสอดปาก”
กงเซียวหมิงกำส้อมในมือแน่น ก่อนหันไปมองมู่โจว
เธอยังคงกินอาหารอย่างสงบนิ่ง ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ