ซูฉือหันหน้ากลับมา ดวงตารูปเมล็ดซิ่งกะพริบปริบ ๆ ก่อนจะชะงักไปเพราะคำถามของเขา “มีที่ไหนกัน?”
ป๋อเยี่ยนจ้องเธอ เห็นชัดว่าไม่เชื่อ
ซูฉือเข้าใจขึ้นมาทันทีว่าป๋อเยี่ยนกำลังหึง
เธอยิ้มบาง ๆ “ป๋อเยี่ยน นายหึงแล้ว”
สีหน้าป๋อเยี่ยนไม่เปลี่ยน มือที่ค้ำอยู่ข้างหูเธอขยับเล็กน้อย “ตอบฉันมา”
ซูฉือไม่รีบตอบ เธอเงยหน้ามองเขาอยู่หลายวินาที ก่อนยกมือเล็ก ๆ ขึ้นวางบนท่อนแขนข้างที่เขาค้ำกำแพงไว้ แล้วตอบว่า “ไม่มีจริง ๆ”
ป๋อเยี่ยนจ้องเธอ “งั้นเธอไปยืนคุยอะไรกับเขาตั้งนาน?”
ซูฉือหลุบตาลง “แค่รู้สึกว่ามันน่าอายมาก”
“ต่อหน้าฉันเขาทำเป็นเคารพ พอหันหลังก็ไปจูบคนอื่น ถ้าฉันยังเดินหนีไปแบบหงอ ๆ จะดูเป็นอะไรล่ะ?”
“เวินจิ่งทำแบบนี้ ฉันเสียหน้า เลยพุ่งเข้าไปตบเขา”
ป๋อเยี่ยนเงียบไป ไม่รู้ว่าเชื่อหรือยังไม่เชื่อ
หญิงสาวพูดเสียงอ่อนโยนปลอบเขา “ฉันรู้ว่าไม่ควรยืนมองอยู่ตรงนั้น แต่ฉันแค่ไม่อยากให้พวกเขาคิดว่าฉันไม่กล้าพูดอะไรสักคำแล้วก็เดินหนีไป”
มือที่ค้ำอยู่ข้างหูเธอเลื่อนลงมาวางบนไหล่ นิ้วโป้งถูแก้มเล็ก ๆ ของเธอเบา ๆ “เพราะงั้นเธอเลยเข้าไปตบเขาหนึ่งฉาด”
ซูฉือพยักหน้า “สมควรโดนแล้ว”
ป๋อเยี่ยนเชื่ออยู่บ้างอย่างเสียไม่ได้ “แล้วหลังจากตบเสร็จล่ะ สบายใจขึ้นไหม?”
ซูฉือคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า “ไม่ค่อยสบายใจเท่าไร มือเจ็บ”
ป๋อเยี่ยนชะงักไปกับคำพูดนั้น ก่อนก้มมองมือข้างที่เธอใช้ตบเวินจิ่ง
