หลินหว่านซิงนัดหัวหน้าห้องมาพบกันที่ร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง
พอทั้งสองเจอหน้ากันก็หัวเราะออกมา
หลินหว่านซิงหยอกล้อกับเขาเรื่องเครือข่ายความสัมพันธ์ของคนรู้จักในบ้านเกิด
“ทฤษฎีคนหกช่วงบอกว่า คนแปลกหน้าสองคนสามารถเชื่อมโยงถึงกันได้ผ่านคนหกคน แต่ฉันว่าในเฟิงเฉิงไม่ต้องถึงหกคนหรอก แค่สามคนก็พอแล้ว คนสองคนที่เดินสวนกันบนถนนอาจมีคนรู้จักร่วมกันก็ได้ ฉันยังไม่รู้เลยว่าป้าของฉันกับญาติของนายรู้จักกัน แถมยังแนะนำให้เรามาดูตัวกันอีก บังเอิญเกินไปแล้ว!”
เหยียนอี้โจวที่นั่งตรงข้ามสวมชุดลำลอง ดูมีชีวิตชีวาและเป็นกันเองกว่าวันงานเลี้ยงรุ่นเสียอีก
เพียงแต่แว่นกรอบทองที่สันจมูกยังเป็นอันเดิม
เขาค่อย ๆ รินชาให้หลินหว่านซิง น้ำเสียงนุ่มนวลกังวานชวนฟัง
“นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสิ่งที่ผมจงใจทำ”
“หา?” หลินหว่านซิงเบิกตากว้าง ตั้งตัวไม่ทันไปชั่วขณะ
“ผมเป็นคนหาจุดเชื่อมโยงระหว่างเราสองคน แล้วทำให้การดูตัวครั้งนี้เกิดขึ้น” เขายอมรับอย่างเปิดเผย
“ฉัน... นาย...” หลินหว่านซิงทำอะไรไม่ถูกอยู่บ้าง
“วันนั้นในงานเลี้ยง พวกเธอพูดถูก คุณเป็นเทพธิดาในใจของผู้ชายหลายคนจริง ๆ ตอนนั้นคุณตั้งใจเรียนมาก อาจไม่รู้ว่าผู้ชายในห้องหลายคนชอบคุณ รวมถึงผมด้วย” เหยียนอี้โจวใช้นิ้วชี้แตะคานแว่นตรงกลาง ก่อนจะเล่าต่ออย่างไม่รีบร้อน “แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าแสดงออก เพราะคุณเก่งเกินไป แถมยังเรียบร้อยมาก ดูยังไงก็ไม่ใช่นักเรียนมัธยมที่จะมีความรัก ถ้าสารภาพรักกับคุณ นอกจากจะถูกปฏิเสธแล้ว คุณอาจตีตัวออกห่างด้วย ไม่มีใครกล้าเสี่ยงหรอก”
หลินหว่านซิงยกถ้วยชาขึ้นจิบ ใช้มันบังใบหน้าที่กระอักกระอ่วนของตัวเอง
