เหยียนอี้โจวไม่ได้ติดต่อหลินหว่านซิงมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว
เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน เขาส่งข้อความมาบอกว่าจะไปอเมริกาสักระยะ
เขาอธิบายว่าโครงการที่บริษัททำร่วมกับทางอเมริกามีปัญหาเล็กน้อย จำเป็นต้องไปจัดการด้วยตัวเอง
หลังจากนั้นก็ไม่มีข่าวคราวอีกเลย
ระหว่างนั้น หลินหว่านซิงส่งข้อความไปถามสถานการณ์ทางนั้นอยู่บ้าง ว่าทุกอย่างราบรื่นดีหรือไม่
แต่ไม่ได้รับคำตอบ
เธอโทรหาเขาครั้งหนึ่งและวิดีโอคอลอีกครั้ง โดยคำนวณเวลาต่างกันไว้เป็นอย่างดี กะว่าตอนนั้นทางโน้นน่าจะประมาณสี่ทุ่ม
แต่ก็ยังไม่มีใครรับสาย
เธอคิดไม่ตก ไปต่างประเทศแล้วไม่มีอินเทอร์เน็ตหรือไง ถึงได้ตัดขาดการติดต่อกันไปเลย?
จนกระทั่งเช้าวันนี้ เธอโทรหาเขาอีกครั้ง
ปลายสายรับ มีเสียงผู้หญิงดังขึ้น
“อี้โจวเหนื่อยมาก กำลังพักผ่อนอยู่ค่ะ คุณฝากชื่อไว้ได้ไหมคะ พอเขาตื่นแล้วฉันจะให้โทรกลับ”
“ขอโทษนะคะ คุณเป็นใครหรือคะ?” หลินหว่านซิงถาม
“ฉันเป็นเพื่อนเขา แล้วคุณเป็นใครคะ?” ผู้หญิงคนนั้นถามกลับ
“หลินหว่านซิงค่ะ” เธอวางสาย
หลินหว่านซิงรอตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ เหยียนอี้โจวก็ไม่โทรกลับ
มีเพียงตอนที่เธอกำลังกินมื้อเย็น เขาส่งข้อความมาหนึ่งข้อความ
“ขอโทษ”
หลินหว่านซิงตอบกลับว่า “หมายความว่ายังไง?”
อีกฝ่ายก็เงียบหายไปอีกครั้ง
พอกินข้าวเสร็จ หลินหว่านซิงก็ได้รับโทรศัพท์จากถังหลิงเฟย
“ไปกันเถอะเพื่อน ฉันจะพาเธอไปเปิดหูเปิดตา”
หลินหว่านซิงรู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้าง และอยากออกไปสูดอากาศข้างนอกพอดี จึงตอบตกลง
ถังหลิงเฟยพาเธอไปงานชิมไวน์ ซึ่งลูกพี่ลูกน้องของถังหลิงเฟยจัดขึ้นที่คฤหาสน์ตากอากาศของตัวเอง
