โจวเซิ่งซีอยากพูดเหลือเกินว่า “ไม่เป็นไร เธอไม่ต้องทำอะไรเลย”
แต่เขาก็อดกลั้นไว้
เพราะจู่ ๆ เขาก็ได้สติขึ้นมา
ที่นี่คือโรงเรียน
และจางฉินโหยวกำลังจับตาดูเขาอยู่
ถ้าเขาไม่ทำอะไรเลย แล้วปล่อยหลินหว่านซิงไปง่าย ๆ จางฉินโหยวต้องสงสัยแน่นอน
หล่อนเป็นคนขี้ระแวงอยู่แล้ว
ภาพลักษณ์ที่เขารักษาไว้ต่อหน้าหล่อนมาโดยตลอดคือคนไม่เอาไหน เอาแต่ใจและนิสัยแย่
จะให้เสียแผนกลางคันไม่ได้
ยิ่งกว่านั้น เขาจะปล่อยให้หล่อนรู้ความรู้สึกที่เขามีต่อหลินหว่านซิงไม่ได้เด็ดขาด
ตอนนี้อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว ชุดนักเรียนจึงมีเสื้อคลุมฤดูใบไม้ร่วงเข้าชุดเพิ่มมาด้วย
เสื้อคลุมของโจวเซิ่งซีเป็นสีม่วงสลับขาว
ตอนนี้ด้านหลังเสื้อเปียกเป็นปื้นใหญ่ แถมยังถูพื้นจนเปื้อนคราบสกปรกอีกด้วย
เขาถอดเสื้อคลุมออก เหลือเพียงเสื้อแขนสั้นด้านใน
“เอาไปซักให้หน่อย ถ้าซักไม่สะอาด ฉันจะเอาเรื่องเธอแน่” น้ำเสียงของโจวเซิ่งซีเอื่อยเฉื่อยเหมือนเคย
หลินหว่านซิงรับเสื้อที่ยื่นมาตรงหน้า “ได้”
“เดี๋ยวก่อน”
ตอนที่เธอกำลังจะหันหลัง คนด้านหลังก็เรียกเธอไว้อีกครั้ง
“เมื่อกี้ข้อเท้าฉันแพลง ช่วงสองสามวันนี้คงเดินเหินไม่สะดวก ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปเธอต้องช่วยฉันทำธุระ ซื้ออาหารเช้า เช็ดโต๊ะ ตักน้ำ ซื้อของ ทิ้งขยะ ทำไปจนกว่าฉันจะหาย”
หลินหว่านซิงถอนหายใจอย่างโล่งอก “ไม่มีปัญหา”
เรื่องเล็กน้อยพวกนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเธอ
ตอนกลับถึงบ้านในตอนเย็น หลินหว่านซิงโยนเสื้อคลุมของโจวเซิ่งซีเข้าเครื่องซักผ้า
เธอยืนอยู่หน้าเครื่องซักผ้าแล้วพึมพำกับตัวเองว่า “ผ้าแบบนี้คงดูไม่ออกหรอกมั้งว่าซักมือหรือซักเครื่อง”
วันรุ่งขึ้น ทันทีที่เข้าห้องเรียน เธอก็มุ่งตรงไปยังแถวสุดท้าย
