ชีวิตมหาวิทยาลัยของหลินหว่านซิงเริ่มเข้าที่เข้าทาง
หลังเปิดเรียนได้ระยะหนึ่ง ทางมหาวิทยาลัยก็แจ้งว่าสามารถเรียนควบสองปริญญาได้
เดิมทีหลินหว่านซิงเรียนอยู่คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ เธอจึงสมัครเรียนคณิตศาสตร์เพิ่มอีกสาขา
ตอนนี้เธอมีวิชาของทั้งสองสาขาที่ต้องเรียน
ทั้งยังต้องสอบใบขับขี่ด้วย
นอกจากนี้ เธอยังสมัครเข้าชมรมระบำจีนอีกด้วย
นับรวมโลกต้นกำเนิดในชาติแรก นี่ก็เป็นโลกที่สามของหลินหว่านซิงแล้ว
ในแต่ละโลก เธอทุ่มเทให้กับการเรียนในตำราเรียนมาโดยตลอด แทบไม่เคยข้องเกี่ยวกับศาสตร์ศิลป์อย่างการวาดภาพ ดนตรี หรือการเต้นรำเลย
ตั้งแต่โลกนี้เป็นต้นไป เธออยากลองบ่มเพาะพรสวรรค์ด้านศิลปะของตัวเองดูบ้าง
ส่วนระบำจีน เธอเคยเรียนอยู่หลายปีในโลกใบเล็กแห่งนี้ แต่เป็นตอนยังเด็ก
ตอนเข้าอนุบาล แม่สมัครเรียนระบำจีนให้เธอ ตั้งแต่อายุห้าขวบจนถึงสิบขวบ
เธอยังสอบวัดระดับได้ถึงระดับหกด้วย
แต่หลังจากนั้นการเรียนก็หนักขึ้น พอเข้าประถมยังเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ ภาษาอังกฤษ และวิชาอื่น ๆ อีกหลายรายการ เวลาจึงไม่พอจะดูแลทุกอย่างได้ทั่วถึง คอร์สเต้นรำเลยต้องหยุดไป
แม้จะเรียนมาเพียงไม่กี่ปี ทั้งยังไม่ได้แตะต้องมานานหลายปี อย่างน้อยเธอก็ยังมีพื้นฐานอยู่บ้าง
ตอนสมัครเข้าชมรม เธอแค่ทดสอบท่าทางไม่กี่ท่า ก็ผ่านแล้ว
ตอนนี้ชีวิตมหาวิทยาลัยของเธอเรียกได้ว่าแน่นขนัดทีเดียว
ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ทุกวันถูกอัดแน่นไปด้วยการเรียนและกิจกรรมต่าง ๆ
เธอหาเวลามาเล่นเกมแทบไม่ได้เลย
แต่เธอก็ไม่อยากเล่นเกมรวดเดียวครึ่งวันหรือทั้งวันในช่วงสุดสัปดาห์อีกแล้ว
มันกินพลังมากเกินไป
บางทีเธออาจไม่เหมาะกับการเล่นเกมจริง ๆ ก็ได้
