เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่เคยยุ่งเรื่องอาหาร แต่ตอนนี้ก็แค่อยากกินก๋วยเตี๋ยวหลอด
จึงผลักชามออกไปพลางวางอำนาจขี้งอแง "ฉันไม่อยากดื่มโจ๊กข้าวฟ่างแล้ว ตอนนี้ฉันจะไปกินก๋วยเตี๋ยวหลอด"
อาหารทำเสร็จแล้ว เขาก็เคี่ยวโจ๊กข้าวฟ่างมานานพอสมควร แต่ตอนนี้เธอปฏิเสธเพียงประโยคเดียวว่าไม่อยากดื่มแล้ว
ทว่าเสิ่นซูไป๋แค่อึ้งไปชั่วขณะก็ยิ้มออกมา "ได้"
ท่าง้ององของเธอนี่แหละที่น่ารักที่สุด
แต่สิ่งที่เสิ่นซูไป๋ไม่คาดคิดคือ พอสองคนเดินไปถึงร้านก๋วยเตี๋ยวหลอดร้านตรงข้ามถนน อาการคลื่นไส้อยากอ้วกของเซี่ยอวิ๋นซูก็กำเริบขึ้นอีก เธอทำหน้าบูดบี้ "ก๋วยเตี๋ยวหลอดฉันก็ไม่อยากกินแล้ว"
วุ่นวายมาทั้งเช้า กระทั่งเสิ่นซูไป๋เองก็ยังไม่ได้กินอะไร แต่ตอนนี้เขาไม่แคร์ความหิว จับมือเซี่ยอวิ๋นซูจะพาไป "ต้องไปโรงพยาบาลให้หมอดูถึงจะวางใจได้"
เซี่ยอวิ๋นซูอ้วกแห้งไปสองครั้ง หน้าเศร้าหมอง พูดจาไร้เรี่ยวไรแรง "ซูไป๋ ฉันรู้สึกว่าอยากดื่มโจ๊กข้าวฟ่างแล้วนะ ท้องหิวแต่กินอะไรก็ไม่ลง..."
เสิ่นซูไป๋เริ่มเป็นห่วงจริง ๆ "งั้นกลับบ้านไปดื่มโจ๊กก่อนแล้วค่อยไปโรงพยาบาลได้ไหม?"
เซี่ยอวิ๋นซูปิดปากมองเขา เพราะอ้วกแห้งจนดวงตากลมโตแฉะไปด้วยน้ำ ดูเขาแล้วเสิ่นซูไป๋รู้สึกปวดหน่วงในหัวใจขึ้นมาทันที
ป้าที่ขายลำไส้หมูเห็นอาการของเซี่ยอวิ๋นซูก็ถามด้วยความห่วงใย "หนุ่มเอ๊ย ภรรยาเจ้านี่คงมีลูกแล้วสินะ คราวหิวคราวคลื่นไส้แบบนี้ ครรภ์ได้กี่เดือนแล้วล่ะ?"
