อย่างไรก็ล้วนเป็นเรื่องยุ่งยากทั้งสิ้น
หากเขาไปพึ่งพาองค์ชายรัชทายาท ฝั่งฮ่องเต้ก็ยิ่งยากจะรับมือ ฮ่องเต้อาจฉวยโอกาสนี้กริ้วขึ้นมา แล้วเขาก็จะยิ่งกลายเป็นเป้าโจมตีของทุกคน
หลินหวยหยวนถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “ซืออวิ้น เจ้าเต็มใจแต่งให้ซื่อจื่อผู้นั้นจริงหรือ?”
หลินซืออวิ้นกะพริบตาแล้วตอบว่า “คนผู้นี้แตกต่างจากข่าวลือภายนอกจริง ๆ บุตรีเองก็รู้สึกว่าเขาน่าสนใจยิ่ง”
หลินซืออวิ้นรู้สึกสงสัยใคร่รู้ในตัวจางเหิงมากกว่าอย่างอื่น
บุรุษที่พูดจาและกระทำการค่อนข้างสำมะเลเทเมา ทว่ากลับเปี่ยมด้วยพรสวรรค์อันล้ำเลิศเช่นนี้ นางไม่เคยพบเห็นมาก่อน
เมื่อหลินหวยหยวนเห็นสีหน้าของบุตรีก็ยิ่งรู้สึกซับซ้อน เขาดูออกว่าค่ำคืนนี้จางเหิงต้องทิ้งความประทับใจลึกล้ำไว้ในใจบุตรีเป็นแน่ มิฉะนั้นบุตรีผู้สง่างามสุขุมมาแต่ไหนแต่ไรคงไม่มีทางกล่าวถ้อยคำเช่นนี้ออกมา
หลินซืออวิ้นกล่าวต่อว่า “แต่ท่านพ่อกับท่านแม่อาจต้องเสียหน้าอยู่บ้าง บุตรีรับปากว่าจะนำหนังสือสมรสไปส่งถึงจวนอ๋องเยียนด้วยตนเองภายในสามวัน”
“ก่อนหน้านี้ท่านแม่ปฏิเสธการหมั้นหมาย ส่วนท่านก็ขัดแย้งกับอ๋องเยียนมาตลอดหลายวัน นับว่าเป็นฝ่ายเราที่ก้มหัวให้ก่อน”
สีหน้าของหลินหวยหยวนกระอักกระอ่วนเล็กน้อย เมื่อครู่เขายังครุ่นคิดอยู่ว่าพรุ่งนี้จะร่วมมือกับเพื่อนขุนนางเล่นงานอ๋องเยียนอย่างไร ผลกลับกลายเป็นว่าตอนนี้บุตรีของเขาจะต้องไปส่งหนังสือสมรสถึงจวนอ๋องเยียนด้วยตนเองภายในสามวัน หากกล่าวให้ไม่น่าฟังก็คือยื่นข้อเสนอให้ถึงที่
ถูกตบหน้าดังเพียะ ๆ
“แค่ก เรื่องนี้ค่อนข้างยุ่งยากอยู่บ้าง”
หลินหวยหยวนให้ความสำคัญกับหน้าตาและมารยาทยิ่งนัก ปกติเขาวิพากษ์วิจารณ์อ๋องเยียนในราชสำนักอยู่ไม่น้อยว่าขาดสติปัญญา ยามนี้ลองคิดดู หากตนต้องยกลูกสาวให้ทั้งยังเสียมารยาทและเป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอให้ก่อน เขาก็อึดอัดใจเหลือเกิน
