“ผมให้คุณหนึ่งหมื่น! ขอแค่อยู่ประลองต่อ!” หลี่ปิงพูดอย่างโมโห “เงินหนึ่งหมื่นนี่มากกว่าเงินเดือนทั้งเดือนของคุณอีกนะ”
“ถ้าคุณชนะหัวหน้าครัวของเราได้ ผมก็ให้คุณหนึ่งหมื่นเหมือนกัน” ผู้จัดการหวงกล่าวเสริม
เงินสองหมื่นทำให้หลี่เทียนกับเพื่อน ๆ ตาลุกวาว อยากขึ้นไปประลองแทนอู๋ฟานเสียเอง
สำหรับอู๋ฟานแล้ว เงินสองหมื่นก็ไม่ใช่เงินก้อนเล็ก ๆ เช่นกัน มากกว่าเงินที่เขาหาได้จากการขายบาร์บีคิวทั้งคืนตั้งเยอะ
ดังนั้น อู๋ฟานจึงครุ่นคิดเพียงครู่เดียวก่อนจะตอบตกลง
“ได้ ในเมื่อพวกคุณจริงใจขนาดนี้ งั้นผมจะอยู่ประลองฝีมือกับหัวหน้าครัวของที่นี่สักหน่อย” อู๋ฟานกล่าวด้วยท่าทางราวกับจำใจเต็มที
เห็นเงินแล้วตาโตเชียว!
ท่าทีของอู๋ฟานทำให้หลี่ปิงกับผู้จัดการหวงโมโหไม่น้อย
“ถ้าคุณแพ้ คุณต้องขอโทษผมกับหัวหน้าครัวของเราอย่างจริงจัง” ผู้จัดการหวงกล่าว
“แล้วเงินหนึ่งหมื่นของผม คุณก็อย่าหวังว่าจะได้ไป!” หลี่ปิงกล่าวเสริม
“ได้!” อู๋ฟานตอบรับโดยไม่ต้องคิด “แต่ใครจะเป็นกรรมการล่ะ? คงไม่ใช่ให้พวกคุณตัดสินกันเองหรอกนะ ถ้ามีอคติขึ้นมาจะทำยังไง?”
ที่จริงแล้ว ฝีมือทำอาหารดีหรือไม่ดีไม่มีทางวัดเป็นตัวเลขได้ชัดเจน ต้องอาศัยการตัดสินจากความรู้สึกส่วนตัวเท่านั้น จึงเปิดโอกาสให้เกิดการโกงได้
“ให้คนที่อยู่ในร้านคืนนี้เป็นกรรมการก็แล้วกัน” ผู้จัดการหวงกล่าว “คุณกับหัวหน้าครัวของเราทำอาหารคนละสามจาน จะเลือกทำอะไรก็ได้ พอทำเสร็จแล้วคุณเลือกให้ลูกค้าคนหนึ่งเป็นกรรมการได้ ฝั่งเราก็เลือกได้หนึ่งคน ส่วนคนสุดท้ายให้คุณเกิ่งเป็นคนเลือก แข่งสามรอบ ใครชนะสองรอบก่อนเป็นฝ่ายชนะ คุณว่าอย่างไร?”
