สุดทางตะวันออกของหมู่บ้านปิดประตู พอเดินออกจากหมู่บ้านไปตามทางก็จะเป็นป่าผืนหนึ่ง พอเดินตัดผ่านป่าทั้งผืน เซิ่งหน่วนและพวกก็มาถึงสี่แยกในที่สุด
ตลอดทาง ทุกคนต่างเบิกตากว้างมองหาหลักฐานของตั๋วรถไปเรื่อย แต่กลับไม่พบอะไรเลย
จริง ๆ แล้วบนตัวเซียวเฉินมีตั๋วรถอยู่หนึ่งใบแล้ว ถ้าตอนนี้เขาออกเดินไปสมทบกับไกด์ทัวร์ เขาก็จะปลอดภัยแล้ว
แต่เขาไม่ทำ เพราะพี่น้องตระกูลเกาและหลินเสวี่ยที่เขาเรียกมานั้นยังไม่มีตั๋ว
เขาเป็นประธานสมาคม เหตุผลที่เขาเป็นประธานได้ก็เพราะต้องรักษากฎและยึดมั่นในความถูกต้อง พี่น้องตระกูลเกากับหลินเสวี่ยเป็นคนที่เขาเรียกมา ถ้าอย่างนั้นเขาก็จะไม่ทิ้งพวกนั้นไปคนเดียว
ก็เหมือนกับที่เขารู้สึกขยะแขยงซุนเจียอวี้มากแค่ไหน แต่ก็ไม่ทิ้งเธอไปฉันใด
พอเดินผ่านป่ามา พวกเขาก็เห็นสี่แยกนั้นเสียที ซ้ายขวาของสี่แยกล้วนเป็นทิวเขารกร้าง ตรงข้ามคือทางสู่เขาผิงเฟิง
เขาลึกป่าทึบ ดูแล้วมืดมิดน่ากลัว
พวกเขาไม่เดินต่อไปอีก ตามที่ชายแขนเดียวคนนั้นบอก วางข้าวหนึ่งถ้วยที่ตัวเองรับผิดชอบไว้ตรงสี่แยก จากนั้นจุดเทียนขาว สุดท้ายก็เคาะชามสามที
"ก๊อง ก๊อง ก๊อง"
ท่ามกลางการเคาะชามสามทีนั้นเอง ทุกคนก็สัมผัสได้ว่าอุณหภูมิรอบข้างดูเหมือนจะลดลงกระทันหัน เปลวเทียนขาวเริ่มกระดิก
เซียวเฉินถอยสองก้าวแล้วพูดเสียงเบา "เดินกลับไป ห้ามหันกลับเด็ดขาด"
ก่อนที่เซียวเฉินจะเอ่ยปาก เซิ่งหน่วนก็ดึงซู่ไป๋หมุนตัวกลับไปแล้ว เธอเหมือนกับคนอื่น ๆ จุดธูปในมือ แล้วเดินกลับไปอย่างรวดเร็วโดยไม่หันหน้ากลับ
คนที่เหลือก็เช่นกัน กำธูปที่จุดไฟแล้วเดินเร็ว ๆ ไปข้างหน้า
แต่ทว่า ยังเดินได้ไม่กี่ก้าว ทุกคนก็ได้ยินเสียงประหลาดดังมาจากข้างหลัง ฮึบฮับ ๆ เหมือนมีสัตว์อะไรกำลังกลืนกินอะไรบางอย่างอย่างตะกละตะกลาม
พร้อมกันนั้น ลมเขาที่พัดมาจากข้างหลังก็พัดมาอย่างเย็นเยียบจนขนหัวลุก
ทุกคนเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อจะได้ออกไปจากที่นี่โดยเร็ว แต่ก็ในตอนนั้นเอง พวกเขาก็ได้ยินเสียงร้องไห้ดังมาจากข้างหลัง
