บรรยากาศในห้องใต้ดินกดดันยิ่งกว่าเมื่อครู่เสียอีก
กัวเฟิ่งข่ายดูราวกับเครื่องจักรไร้ความรู้สึก มีหน้าที่เพียงทำตามโปรแกรมที่ตั้งไว้ล่วงหน้าเพื่อรับผิดชอบภารกิจของตน
แม้เขาจะเคยยอมรับด้วยปากตัวเองว่าเป็นเพื่อนของหลินเพ่ยหย่าก็ตาม
“คุณหลิน สองวันต่อจากนี้คงต้องลำบากคุณแล้ว ผมจะพยายามอย่างเต็มที่”
เพี๊ยะ
กัวเฟิ่งข่ายเป็นฝ่ายวางสายไปก่อน
เรื่องนี้ก็ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
ตามปกติแล้ว หากมองจากฝั่งผู้ถูกลักพาตัว ยิ่งคุยโทรศัพท์นานเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสได้ข้อมูลรายละเอียดมากขึ้นเท่านั้น
แต่ตอนกัวเฟิ่งข่ายวางสายกลับไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เพราะเขาพูดสิ่งที่อยากพูดจบแล้ว
ข้อมูลที่ต้องการก็ได้มาครบแล้วเช่นกัน
“นักสู้สนธยาทุกคนออกปฏิบัติการ ตรวจสอบว่าตั้งแต่นี้ไปอีกครึ่งชั่วโมง มีที่ไหนเกิดเหตุสิ่งสูญสลายคลุ้มคลั่งบ้าง”
“เมื่อครู่คุณหลินพูดค้างไว้ เธอบอกว่า ‘ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คนอยู่’ ผมสงสัยว่าประโยคต่อไปที่เธอตั้งใจจะพูดคือ ‘ไม่ใช่ที่ที่คนอยู่ได้’”
“ให้ตรวจสอบบริเวณที่มีผู้คนซึ่งสภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่ก่อน”
“ถ้าพบความผิดปกติ ให้รายงานผมทันที”
“หน้าที่ของพวกคุณคือหาคน”
“ส่วนแขกแห่งราตรี ปล่อยให้ผมจัดการ”
ภายในวิลล่าของหลินวั่งซาน กัวเฟิ่งข่ายกำชับเหล่านักสู้สนธยาที่มายืนเต็มห้องรับแขก
หลินวั่งซานนั่งอยู่ข้างเขา คิ้วขมวดแน่น สีหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย
ไม่ใช่เพราะชายคนนี้ยึดอำนาจของเขาไปชั่วคราว แต่เป็นเพราะ…