เฉินเยี่ยนแสร้งทำเป็นตั้งใจมองไปข้างหน้า เพื่อกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วนของตัวเอง
บรรยากาศอึดอัดเช่นนี้ดำเนินไปพักหนึ่ง
“คือว่า...”
สุดท้ายเฉินเยี่ยนก็เป็นฝ่ายเปิดปากก่อน “เธอชื่อเนี่ยเค่อใช่ไหม?”
“เนี่ยเสี่ยวเค่อต่างหาก!”
“อ้อ ฉันชื่อเฉินเยี่ยน”
“ฉันไม่ได้ถามสักหน่อย”
“ก็แค่แนะนำตัวตามมารยาทน่ะ...”
“นายมีของแบบนั้นด้วยเหรอ?”
“มีสิ แค่ซ่อนไว้ลึกหน่อย”
“หึ ๆ”
……
ระหว่างทาง เฉินเยี่ยนกับเนี่ยเสี่ยวเค่อคุยกันเป็นพัก ๆ
แต่ก็เป็นแค่เรื่องทั่ว ๆ ไป ไม่ได้สลักสำคัญอะไร
หลังจากเนี่ยเสี่ยวเค่อรู้เรื่องของจางหยางกับชูชูแล้ว ความรู้สึกที่มีต่อเฉินเยี่ยนก็เปลี่ยนไปบ้างเล็กน้อย
อย่างน้อยที่สุด เธอก็ประเมินเฉินเยี่ยนว่าเก่งกว่าเนี่ยซวี่
ในที่สุด รถทั้งสองคันก็กลับมาถึงเมืองเป่ยชิว
ระหว่างทาง คนที่เฉินเยี่ยนเลื่อมใสมากที่สุดคืออู่เว่ยฟู่
ในสภาพแวดล้อมที่มืดมิดเช่นนี้ แม้เฉินเยี่ยนจะตั้งใจจดจำเส้นทางอย่างเต็มที่ แต่ในหัวก็ยังสร้างแผนที่ขึ้นมาไม่ได้
แม้แต่เส้นทางคร่าว ๆ ก็ยังเรียบเรียงไม่ออก
แต่รถของอู่เว่ยฟู่กลับหาตำแหน่งบาร์ปู้หลิวได้อย่างง่ายดาย ทั้งที่ไฟส่องทางยังสว่างน้อยกว่ารถของเขาเสียอีก
รถทั้งสองคันจอดที่ตรอกหลังบาร์
เฉินเยี่ยนมองผ่านหน้าต่างบานเล็กตรงประตูหลังเข้าไป เห็นว่าภายในบาร์มืดสนิท
ตอนที่พวกเขาออกมา เหลียงเชายังอยู่ข้างใน
ตอนนี้กลับมืดไปหมด...
หรือว่านี่คือวิธีที่ฮั่วขุยใช้จัดการเหลียงเชา?
