“พูดแบบนั้นได้ยังไง ที่นี่จะอยู่ไม่ได้ตรงไหนกัน?!”
เมื่อทั้งสี่คนเดินผ่านซุ้มประตูเข้าไปในร้านทำผม พอซุ้มประตูหายไป เสียงผู้หญิงที่ไม่พอใจก็ดังมาจากห้องอีกฝั่ง
เฉินเยี่ยนหันไปมองทันที ส่วนเฟิงชิงก็ยกมีดสั้นขึ้น ตั้งท่าระวังพร้อมรับมือ
หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากห้อง
เธออายุราว ๆ ไม่ถึง 40 ปี ผมหยิกย้อมสีทองฟูยุ่งเหยิง ดวงตาปรือปรอย พลางยกมือเท้ากรอบประตู
เสื้อสายเดี่ยวตัวหลวมกับกางเกงขาสั้นผ้าฝ้ายที่สวมแนบตัว ประกอบกับสภาพเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าเพิ่งถูกเสียงปลุกให้ตื่นจากฝัน
พอฮั่วขุยเห็นหญิงคนนั้น เขาก็โบกมือให้เฟิงชิง
“พวกเดียวกัน”
แม้แววตาของเฟิงชิงจะยังระแวดระวังอยู่บ้าง แต่เขาก็ลดมีดสั้นลง “ที่นี่ยังมีคนอยู่ด้วยเหรอ?”
“อะไรนะ ขอข้าวกินแล้วยังรังเกียจว่าไม่สะอาดอีกหรือไง?”
หญิงคนนั้นตวัดตามองเฟิงชิง ก่อนหันไปพูดกับฮั่วขุย “พี่ขุย ไปรู้จักเด็กหนุ่มที่ไหนมาล่ะ? พูดจาไม่เป็นเอาเสียเลยนะ!”
“เพื่อนกันทั้งนั้น”
ฮั่วขุยยิ้มบาง ๆ “หลับแล้วเหรอ?”
“ถามอะไรไร้สาระ กลางดึกดื่นไม่นอนจะให้ทำอะไรล่ะ?”
หญิงคนนั้นไม่ได้เกรงใจฮั่วขุยนัก “ไหนบอกว่าไม่ต้องใช้ที่ของฉันแล้วไง?”
“มีเรื่องพิเศษเกิดขึ้นกะทันหันน่ะ”
ฮั่วขุยไม่ได้ใส่ใจท่าทีของหญิงคนนั้น “วางใจได้ ราคายังเหมือนที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ ไม่ขาดสักบาท”
หญิงคนนั้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ เธอหันกลับเข้าห้องไปทันที