หลินเพ่ยหย่ายืนนิ่งแข็งค้างอยู่กับที่
เมื่อครู่เฉินเยี่ยนยื่นอาหารให้เธอ การกระทำนั้นทำให้ในใจเธออบอุ่นขึ้นมาบ้างเล็กน้อย
แต่พริบตาต่อมา เฉินเยี่ยนกลับดูราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน
ที่สำคัญคือ…
“เมื่อกี้…เรียกฉันว่าอะไรนะ?”
“ไม่มีอะไร”
เฉินเยี่ยนไม่สนใจเธออีก เขาหลับตาลงแล้วพิงกำแพง
หลินเพ่ยหย่าจ้องเฉินเยี่ยนเขม็ง
เขา…
เรียกฉันว่าปันตี้!
นั่นเป็นชื่อหมาที่บ้านฉัน!
ความอัปยศอดสูอย่างรุนแรงทำให้หลินเพ่ยหย่าระเบิดอารมณ์ออกมาในที่สุด
เธอถึงกับไม่สนใจคราบสกปรกบนเสื้อของเฉินเยี่ยน ยื่นมือคว้าคอเสื้อเขาไว้ทันที
เฉินเยี่ยนไม่ได้ขัดขืน เพียงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นแล้วมองเธอเงียบ ๆ
ทางด้านนั้น เฟิงชิงหรี่ตามองทั้งสองคน…
อืม จะเรียกว่าเป็นการปะทะกันก็พอได้อยู่
“ฉันถามว่าเมื่อกี้เรียกฉันว่าอะไร?!”
หลินเพ่ยหย่ายังไม่ได้เสียสติไปทั้งหมด ตอนซักไซ้เฉินเยี่ยน แม้น้ำเสียงจะเต็มไปด้วยความโกรธ แต่เธอก็ยังพยายามกดเสียงให้เบาที่สุด
“ปันตี้”
เฉินเยี่ยนตอบเสียงเรียบ “ปันตี้จรจัด”
เฉินเยี่ยนยกมือขึ้นคว้าข้อมือหลินเพ่ยหย่าอีกครั้ง แล้วสะบัดมือเธอออกอย่างแรง!
หลินเพ่ยหย่าเซถลาไปเล็กน้อย แต่ก็ยังจะลุกขึ้นมาเถียงกับเฉินเยี่ยนต่อ
“ถ้าคนที่เรียกเธอแบบนี้เป็นเฟิงชิง เธอจะกล้าแสดงท่าทีขนาดนี้ไหม?”
มือที่หลินเพ่ยหย่ายื่นค้างอยู่กลางอากาศชะงักไป
เฉินเยี่ยนไม่ได้ดูถูกหรือเหยียดหยามเธอ