ฮั่วชิงอู๋เคลื่อนไหวเร็วกว่าทุกคน
นางข้ามกำแพงลานไปสองชั้น ก่อนลอดผ่านช่องว่างระหว่างกระโจมทหารรักษาการณ์
ยังไม่ถึงสามสิบลมหายใจ นางก็มาถึงหน้าคุกใต้ดินแล้ว
ประตูเหล็กเปิดแง้มอยู่ กลิ่นคาวเลือดลอยออกมาจากด้านใน
ทหารยามสองนายย่อตัวอยู่ตรงมุมกำแพง ใบหน้าซีดเผือด
ฮั่วชิงอู๋ไม่สนใจพวกเขา ก้าวเข้าไปทันที
ศพของจ้าวชิงหวยนอนเอียงอยู่ใต้กำแพง ศีรษะห้อยตก
คางเปรอะไปด้วยคราบเลือดสีแดงคล้ำ
ปากอ้าค้าง เผยให้เห็นโคนลิ้นที่ขาดไปส่วนหนึ่ง
เลือดยังคงไหลออกมา อาบลงตามลำคอแล้วซึมเข้าไปในคอเสื้อ
สิ้นใจแล้วอย่างแท้จริง
ฮั่วชิงอู๋ไม่ได้มองศพนานนัก สายตาเลื่อนไปยังผนังหินทางซ้ายทันที
ตัวอักษรสี่ตัว
เขียนบิดเบี้ยว เส้นหมึกทอดยาวเป็นรอยเลือด
ตอนเขียนถึงตัวสุดท้ายก็แทบไม่เหลือเรี่ยวแรงแล้ว
เส้นสุดท้ายลากยาวไปครึ่งฉื่อก่อนขาดสะบั้น
“เฝิงเซียว ยังมีชีวิตอยู่”
ตอนหนิงเจียนเสวี่ยมาถึง ฉู่หวยชิวก็ตามมาด้วย
เมื่อฉู่หวยชิวเห็นตัวอักษรทั้งสี่บนกำแพง ฝีเท้าก็ชะงักไปชั่วขณะ
จากนั้นเขาก็ก้าวเร็ว ๆ ไปหยุดตรงหน้าศพ แล้วเริ่มตรวจดู
“หมอนี่ตายไปนานเท่าไรแล้ว?”
“ไม่ถึงครึ่งก้านธูปขอรับ”
เสียงของทหารยามยังสั่น “ข้าน้อยได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากด้านใน พอผลักประตูเข้าไปก็พบสภาพเช่นนี้แล้วขอรับ”
“กัดลิ้นตัวเองจนขาด...”
ฉู่หวยชิวลุกขึ้น ยืนจ้องตัวอักษรบนกำแพงอยู่ห้าหกอึดใจ ก่อนหันไปถามฮั่วชิงอู๋
“เฝิงเซียวคนนี้เป็นใครกันแน่?”
ฮั่วชิงอู๋ยังไม่ทันเอ่ยปาก ก็เห็นหลิวขาเป๋รีบร้อนเดินเข้ามา
สีหน้าของเขาย่ำแย่อย่างยิ่ง
“เจ้ารู้จักหรือ?” หนิงเจียนเสวี่ยมองหลิวขาเป๋
