เผยจิ้นมิได้ตอบคำถามของฉู่หวยชิวโดยตรง
เขาลุกขึ้นยืน แล้วรินชาให้ฉู่หวยชิวถ้วยหนึ่ง
“ใต้เท้าฉู่ ท่านอยู่โยวโจวมาจะเกือบครึ่งเดือนแล้วกระมัง”
“อืม”
“แล้วท่านคิดว่าตระกูลเผยของข้าเป็นผู้ทรยศไปเข้ากับศัตรูหรือไม่”
รอยยิ้มของฉู่หวยชิวเลือนหายไป
“นายทหารเผย ข้าทำหน้าที่ผู้ตรวจการมาสิบสี่ปีแล้ว คดีที่เคยพบเห็นมีไม่น้อยกว่าสามร้อยคดี”
“ผู้ทรยศไปเข้ากับศัตรูล้วนมีจุดร่วมอยู่ข้อหนึ่ง!”
“พวกเขากลัวตาย ยิ่งไม่มีทางเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงตาย”
“ตอนที่ท่านต่อสู้เอาเป็นเอาตายกับสัตว์เดรัจฉานตัวนั้นบนกำแพงเมือง ข้ายืนมองอยู่ห่างออกไปสามสิบจั้ง”
“แววตาเช่นนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ทรยศพึงมี”
เผยจิ้นเงยหน้ามองเขา
เตาโบราณส่องใจเริ่มทำงานอย่างเงียบงัน
ในสายตาของเผยจิ้น พลังปราณเหนือศีรษะฉู่หวยชิวค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
สีเทาดำจางหายไปกว่าครึ่งจริง ทว่าก็มิได้เลือนหมดสิ้น
สีที่เหลืออยู่ปะปนกัน มีทั้งเขียวอ่อนและทองหม่น...
ตรงตำแหน่งแก่นกลางมีอักษรหกตัวลอยเด่นอยู่
[ภักดีมีขีดจำกัด ผลประโยชน์มาก่อน]
เผยจิ้นเข้าใจแล้ว
“ใต้เท้าฉู่มิใช่คนของอัครมหาเสนาบดี”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกไป นิ้วมือของฉู่หวยชิวก็ขยับเล็กน้อย
แต่เผยจิ้นเห็นชัดเจนทุกกระเบียด
“ท่านมาที่นี่แทนผู้ใด”
ฉู่หวยชิวนิ่งเงียบไปเจ็ดแปดลมหายใจ ราวกับกำลังชั่งใจเป็นรอบสุดท้าย
“องค์รัชทายาท”
เสียงของเขาแผ่วต่ำ จนมีเพียงคนสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน
“เซียวเฉิงเซวียนหรือ”
“อืม”
หลังจากฉู่หวยชิวเอ่ยออกมา สีหน้าของเขากลับผ่อนคลายลงเล็กน้อย
“ภายนอกข้าสังกัดสำนักตรวจการ แต่ความจริงแล้วเป็นหูตาขององค์รัชทายาท”
