ค่ายใหญ่ของชนเผ่าป่าเถื่อนนอกเมือง ภายในกระโจมบัญชาการ
ทั่วป๋าเฮ่อหลานนั่งขัดสมาธิอยู่บนตั่งเตี้ยที่ปูด้วยหนังหมาป่า มือกำป้ายคำสั่งที่แตกหักชิ้นหนึ่งไว้แน่น
นั่นคือป้ายคำสั่งของแม่ทัพหน้าด่าน ถูกคนแขวนประจานไว้บนประตูเมืองด้านเหนือของเมืองโยวโจว
ก่อนหน้านี้ตอนบุกโจมตีเมือง ลูกน้องของเขาชิงกลับมาได้
“น่าสนใจ”
เขาโยนป้ายคำสั่งลงพื้น แผ่นทองแดงกระเด้งกลิ้งไปหยุดข้างกระถางไฟ
รองแม่ทัพก้มหน้ายืนอยู่ด้านข้าง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
“คนไร้ประโยชน์ที่เส้นชีพจรพิการมาตั้งแต่กำเนิด กลับทำเรื่องเช่นนี้ได้งั้นหรือ?”
รองแม่ทัพที่ยืนข้างกายเอ่ยเสียงเบา “ท่านแม่ทัพใหญ่ จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าข้างกายเขามียอดฝีมือ?”
“ยอดฝีมือ?” ทั่วป๋าเฮ่อหลานหัวเราะเย็นชา “ยอดฝีมือบ้าบออะไรกัน!”
“ตอนนี้ตระกูลเผยเหลือเพียงสตรีกลุ่มหนึ่งเท่านั้น”
“ราชสำนักต้าหลีแทบอยากให้ตระกูลเผยตายยกตระกูล แล้วจะส่งยอดฝีมือมาช่วยได้อย่างไร?”
“ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของเผยจิ้น!”
กล่าวถึงตรงนี้ แววตาเหี้ยมเกรียมวาบผ่านดวงตาของทั่วป๋าเฮ่อหลาน
“คนไร้ประโยชน์ฆ่าพันนายกองของข้าไม่ได้ และคนไร้ประโยชน์ก็รักษากำแพงเมืองนั่นไว้ไม่ได้เช่นกัน”
“เจ้าหมอนี่ซ่อนฝีมือไว้ลึกล้ำจริง ๆ!”
เขาลุกขึ้นเตะอานม้าที่ขวางทาง ก่อนเดินไปถึงปากกระโจมแล้วเปิดม่านขึ้น
ลมด้านนอกพัดเกล็ดหิมะปะทะใบหน้า
เขาหรี่ตามองไปทางเมืองโยวโจว
“แต่แบบนี้สิถึงจะสนุก”
“ข้าจะเป็นคนบีบต้นกล้าต้นสุดท้ายของตระกูลเผยให้ขาดคามือ!”
“ท่านแม่ทัพใหญ่ เมื่อครู่หน่วยสอดแนมรายงานว่า กำแพงเมืองด้านตะวันออกของเมืองโยวโจวมีรอยแยกอยู่แห่งหนึ่ง”
“เผยจิ้นเป็นถึงแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองโยวโจว ไม่มีทางปล่อยรอยแยกนั้นไว้เฉย ๆ”
“เหตุใดเขาถึงไม่ซ่อมกัน?” รองแม่ทัพยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย
“ไม่มีอะไรให้สงสัยหรอก”
ทั่วป๋าเฮ่อหลานยิ้มเยาะ “ก็แค่ล่อให้พวกเราเข้าไปเท่านั้น”
“ในเมื่อเขากระตือรือร้นถึงเพียงนี้ แล้วเราจะมีเหตุผลอะไรไม่เข้าไปเล่า?”
“ถ่ายทอดคำสั่ง กองทัพทั้งหมดกลับลำ บุกจากด้านตะวันออก!”
ทั่วป๋าเฮ่อหลานหันกลับมา มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
“ให้ทหารม้าเบาสามพันนายบุกนำหน้า รอยแยกนั่นกว้างพอให้ม้าผ่านได้”
